จิตแพทย์ ชี้ กรณีนักศึกษาแพทย์ฆ่าตัวตาย !! ระวัง "ภาวะซึมเศร้า" อาจแสดงออก ในเรื่องปัญหาการเรียน ทำให้ "ความหวังดี" กลายเป็น "การกดดัน"

นายแพทย์สมัย   ศิริทองถาวร   รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต  ระบุว่า รู้สึกเห็นใจพ่อแม่และขอเป็นกำลังใจกับการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้   ปัญหาการเรียน เป็นเรื่องที่พบได้บ่อย และเป็นการยากที่จะประเมินว่านักศึกษารายนี้ ทำเต็มที่หรือยัง   เพราะทุกคนก็ล้วนหวังดี แต่ภาวะซึมเศร้าอาจทำให้ผลการเรียนด้อยลงได้   ความหวังดีจะกลายเป็นการกดดันแทน  

เนื่องจากการเรียนแพทย์ในชั้นที่สูงขึ้น จะมีความยุ่งยาก  เนื้อหาจะมีความเข้มข้นเฉพาะด้านขึ้นเรื่อยๆ  หรือการเรียนในสายอาชีพอื่นๆก็เช่นกัน  พ่อแม่ผู้ปกครองควรรับฟังปัญหาและร่วมหาทางออกตั้งแต่ต้น หากเป็นไปได้ควรให้ลูกได้ตัดสินใจเลือกเรียนตามศักยภาพ ตามความสนใจหรือความถนัดจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด และไม่มีใครที่แก่เกินเรียน    

ทั้งนี้วัยรุ่นที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า  มี 4 กลุ่มใหญ่ได้แก่ 1. ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคทางจิตเวช  เช่นเป็นโรคซึมเศร้า  โรคอารมณ์ 2 ขั้ว โรควิตกกังวล สมาธิสั้น     2. มีโรคเรือรังทางกาย เช่นโรคมะเร็ง โรคไต โรคที่จำกัดกิจกรรมทางร่างกาย หรือมีผลต่อภาพลักษณ์

3 ผู้ที่มีปัญหาทางด้านจิตสังคม เช่น อกหัก ใช้สารเสพติด ตั้งครรภ์ ปัญหาครอบครัว ปัญหาการเรียน เพื่อรังแก ถูกทารุณกรรม เป็นต้น และกลุ่มที่ 4 กลุ่มที่มีครอบครัวไม่อบอุ่น มีความขัดแย้งในครอบครัว

รวมทั้งการขาดทักษะการจัดการอารมณ์ตนเอง  ซึ่งกรมสุขภาพจิตได้เร่งแก้ไขและป้องกันปัญหา  ได้มอบหมายให้สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ พัฒนาแนวทางการดูแลเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการของวัยรุ่นที่มีปัญหาและได้รับการดูแลตั้งแต่ต้น ซึ่งที่ผ่านมาวัยรุ่นเป็นกลุ่มที่ยังเข้าถึงบริการน้อย  

ส่วน แพทย์หญิงมธุรดา  สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น กทม.กล่าวว่า  สถาบันฯได้ร่วมมือกับราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย จัดทำแนวทางการดูแลวัยรุ่นที่มีภาวะซึมเศร้าเป็นการเฉพาะ เพื่อให้แพทย์ใช้ในการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง  

ซึ่งวัยรุ่นที่มีภาวะซึมเศร้า มักมีอาการแสดงออกทางอารมณ์และพฤติกรรมต่างไปจากวัยอื่น เช่นมาด้วยพฤติกรรมการใช้ความรุนแรง การทำร้ายตนเอง ทำร้ายคนอื่น หรือมาด้วยปัญหาอารมณ์ก้าวร้าว ปัญหาการกิน การอดอาหาร 

แต่บุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรทางการศึกษา หรือแม้แต่คนในครอบครัวเอง ส่วนใหญ่ยังมีความไม่เข้าใจ อาจมีทัศนคติในการตัดสินต่อพฤติกรรม การแสดงออกได้  วัยรุ่น จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือตั้งแต่ต้น 

จากการศึกษาในประเทศไทยขณะนี้พบปัญหาโรคซึมเศร้าในเด็กวัยเรียนร้อยละ 2  ในวัยรุ่นพบได้มากถึงร้อยละ 40-49 และพบเด็กที่มีภาวะซึมเศร้ารุนแรงร้อยละ  13 -22   เป็นสาเหตุการตายอันดับที่ 3 ของวัยรุ่น และเป็นสาเหตุการตายหลักของกลุ่มเยาวชนทั่วโลก  แต่กลุ่มนี้ยังเข้าถึงบริการน้อย  

ขณะที่สถานการณ์ด้านพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้า  เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ การมีเพศสัมพันธ์ การทำร้ายตัวเอง การใช้ความรุนแรงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง    

สำหรับแนวทางการดูแลวัยรุ่นที่มีภาวะซึมเศร้า มี 4 ส่วนหลักได้แก่การประเมินคัดกรองปัญหาซึมเศร้า การวินิจฉัยที่ครอบคลุมทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งได้จากประวัติของวัยรุ่นเองและผู้ปกครอง  การตรวจร่างกาย การตรวจสภาพทางจิต ตั้งแต่ลักษณะทั่วไป การแต่งกาย การพูด อารมณ์ ความคิด    การให้การรักษาทั้งด้วยยา และการทำจิตบำบัดเพื่อกระตุ้นพฤติกรรมที่นำไปสู่อารมณ์ทางบวก  ปรับความคิดที่นำไปสู่อารมณ์ทางลบ   คาดว่าจะสามารถใช้ทั่วประเทศในเร็วๆนี้

Credit  medhubnews