โรงเรียน ชี้แจง ดูแลเด็กนักเรียนโดนเพื่อนถีบอกเต็มที่ และเรื่องจบไปแล้ว มีการเคลียร์กันแล้ว เด็กไม่เป็นอะไรมาก แต่คนโพสต์รู้ข้อมูลไม่ครบ-อยู่ต่างประเทศ จนกลายเป็นเรื่องใหญ่

         จากกรณีข่าวเด็กนักเรียนถูกเพื่อนกระโดดถีบหน้าอกจนล้ม และมีอาการตัวเกร็ง หน้าซีด หายใจไม่ออก จนสลบ ซึ่งทางโรงเรียนกลับให้รอดูอาการ ไม่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล จนผู้เป็นพ่อต้องเรียกรถพยาบาลมารับตัวลูกสาวด้วยตัวเอง แต่ทางคุณครูกลับบอกว่าเป็นการกระทำที่ข้ามหน้าข้ามตา 

         ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 16 มกราคม 2561 คมชัดลึก รายงานว่า น.ส.อารีรัตน์ นุตะภิบาล ผอ.โรงเรียนเทศบาล 3 บ้านเหล่า จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา เป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งนักเรียนชายและหญิงเล่นด้วยกัน โดยเด็กนักเรียนชายที่ตัวโตใช้เท้าถีบหน้าอกนักเรียนหญิงที่ตัวเล็ก โดยเด็กอาจจะมีสภาวะเครียด จึงเจ็บหน้าอกและเป็นลม หลังเกิดเหตุเพื่อน ๆ นักเรียนก็วิ่งมาตามครูที่ห้องพักครู และนำตัวเด็กไปที่ห้องพยาบาล และโทร. ตามรถพยาบาลตามกระบวนการขั้นตอน แต่ทั้งนี้เด็กคนนี้มีพี่สาวเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนเดียวกัน จึงโทร. ตามพ่อด้วยโทรศัพท์ของครู

         น.ส.อารีรัตน์ กล่าวว่า เมื่อผู้เป็นพ่อเห็นว่ารถพยาบาลยังมาไม่ถึง คงเกิดความร้อนใจ กังวล จึงโทร. แจ้งรถพยาบาลอีกครั้ง ซึ่งทางพ่ออาจจะเข้าใจว่าทางโรงเรียนไม่ได้ตามรถพยาบาล แต่เป็นเพราะทางพ่อโทร. ตามเองรถพยาบาลจึงมา อาจจะมีการคิดว่าอย่างนั้น ซึ่งเรื่องนี้เรายืนยันว่าทางครูและกระบวนการของทางโรงเรียนทำตามปกติ ที่เร่งรัดและให้ความสำคัญในการตามรถพยาบาล เมื่อรถพยาบาลนำส่ง ครูก็ตามไปดูแล 2 คน ไม่ใช่ไม่ไปดูแล และก็ไม่ใช่ทางโรงพยาบาลมาตามครูไป ครูเราไปเอง ซึ่งได้กำชับว่าครูต้องตามไปดูแลให้เรียบร้อย และเด็กก็ออกจากโรงพยาบาลในช่วงบ่ายวันเกิดเหตุ ไม่ได้นอนค้างที่โรงพยาบาลแต่อย่างใด เพราะทางหมอดูอาการแล้วว่า ไม่มีอะไรรุนแรง

         กระทั่งเมื่อวันจันทร์ที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา ผู้ปกครองของเด็กทั้งสองฝ่ายได้นัดมาคุยที่โรงเรียน และตกลงเรื่องค่าทำขวัญ ค่าเสียหาย เป็นเงิน 1 หมื่นบาท และทางโรงเรียนก็ได้แสดงความเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ทางโรงเรียนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ซึ่งทางผู้ปกครองเด็กเข้าใจ และยอมรับในเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งก็จบเรื่องไปแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าวันจันทร์

         แต่หลังจากจบเรื่อง ก็มีการโพสต์ข้อความในช่วงเย็นโดยบุคคลอื่น ซึ่งไม่ทราบรายละเอียดตรงนี้ จึงไม่เข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ โดยเมื่อวาน (15 มกราคม) หลังจากที่เด็กมาโรงเรียนก็มีอาการหายใจหอบอีกครั้ง คุณครูก็ได้พาเด็กไปส่งโรงพยาบาลด้วยรถยนต์ส่วนตัว และก็อยู่กับผู้ปกครองตลอดจนเด็กออกจากโรงพยาบาล และเมื่อคืนก็ได้มีการพูดคุยถึงโพสต์ดังกล่าว ทางผู้ปกครองก็ไม่ทราบเรื่อง เพราะคนโพสต์เป็นหลานที่อยู่ที่อื่น ซึ่งทางผู้ปกครองบอกจะไปคุยกับคนโพสต์ถึงข้อมูลที่โพสต์ไปไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

         ขณะที่ นายอิทธิพนธ์ ตรีวัฒนสุวรรณ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี เปิดเผยว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กที่เล่นซน และต้องมีการตักเตือนเด็กชายที่กระทำรุนแรงแบบนั้น ตนขอฝากไปยังผู้โพสต์ด้วยว่า หากเป็นข้อมูลที่ชัดเจนแล้วนำไปโพสต์ น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่หากเป็นการได้รับข้อมูลข่าวสารที่ไม่ครบถ้วน แล้วนำไปโพสต์จนทำให้คนที่มีผลกระทบเกิดความเสียหายด้วย ตนว่าน่าเสียดาย 

         อย่างไรก็ดี เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. เฟซบุ๊ก Nam Nam ของผู้โพสต์เรื่องดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "ขอขอบคุณทุกคนมากนะคะที่รักน้อง เราซาบซึ้งในทุกแรงใจเป็นอย่างยิ่ง เราดำเนินการกับคู่กรณีไปแล้วและเราได้คุยกับ ผอ. แล้ว และทางโรงเรียนได้รับเรื่องและรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว และเราต้องขออภัยที่ต้องลบโพสต์ไป ต่อจากนี้ขอให้มันเป็นไปตามกระบวนการค่ะ"

Credit  komchadluek