จุฬาฯ–สจล.- ซีเอ็มเคแอลจับมือ เปิดป.ตรีทางด้านวิศวะหุ่นยนต์-วิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ รับปริญญาร่วมสถาบัน รับรุ่นแรกสิงหาคมนี้

วันนี้(30 ม.ค.) ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ผศ.ดร.สุพันธุ์ ตั้งจิตกุศลมั่น อธิการบดีมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล  รศ.ดร.คมสัน มาลีสี คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล.และ ดร.สุพจน์ เตชวนสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้ร่วมกันแถลงข่าวความร่วมมือหลักสูตรระหว่างจุฬาฯ–สจล.- ซีเอ็มเคแอล โดยศศ.ดร.บัณฑิต กล่าวว่า จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ส่งผลให้ภาคการศึกษาต้องปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรให้ทันการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. จึงได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการที่จะสร้างหลักสูตรปริญญาตรีสองปริญญาข้ามสถาบันทางด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์ ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษาจะได้ปริญญาจากจุฬาฯและสจล.ขณะเดียวกันจุฬาฯและสจล.ก็จะร่วมกับซีเอ็มเคแอล พัฒนาหลักสูตรด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์  ผู้สำเร็จเร็จการศึกษาจะได้ปริญญาจากซีเอ็มเคแอล  
 
ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า  การรับนิสิตนักศึกษาในหลักสูตรนี้ถือเป็นกรณีพิเศษ   เพราะสนองนโยบายรัฐบาล  รวมทั้งเข้าร่วมในโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ดังนั้นถ้าสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)รับทราบหลักสูตรจะเปิดเรียนได้ทันเดือนสิงหาคม 2561 แน่นอน และระยะยาว สจล.จะร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฎ(มรภ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) เพื่อยกระดับศักยภาพในการผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพไปพร้อมๆกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
                               
ผศ.ดร.สุพันธุ์ กล่าวว่า จุดเด่นของซีเอ็มเคแอลคือเป็นสถาบันที่ดำเนินการภายใต้การจัดการฯกาของ สจล.และมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก  ดังนั้นจะทำให้หลักสูตรปริญญาตรีวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ สามารถผลิตบัณฑิตได้ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ โดยจะรับนักศึกษา 20-30 คนหลังช่วงเดือนสิงหาคม 2561
 
ดร.คมสัน กล่าวว่า   ในการรับนิสิตนักศึกษาทางด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์นั้นเบื้องต้นตั้งเป้ารับจำนวน 40 คน  จุฬาฯรับ 20 คน สจล.รับ 20 คน  โดยเรียนที่ จุฬาฯ และสจล. ที่สำคัญจะไม่เน้นเรียนภาคทฤษฎี แต่จะเน้นการปฎบัติจริง  

ดร.สุพจน์ กล่าวว่า จุฬาฯและสจล.ต่างก็มีความเข้มแข็งในการผลิตบัณฑิตทางด้านวิศวะ ถ้ามีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ได้แลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญและจุดเด่นระหว่างสถาบันการศึกษาก็จะยิ่งทำให้ได้บัณฑิตที่มีศักยภาพสูงขึ้นไปอีก   

Credit  dailynews