แม่โพสต์ภาพโลงศพลูกชายวัย 12 หวังให้เด็กที่รุมรังแกได้เห็น ในสิ่งที่ทำลงไป


        แม่ชาวโพสต์ภาพโลงศพลูกชาย วัย 12 ปี  ที่จบชีวิตตัวเอง หลังตกเป็นเหยื่อกลั่นแกล้งในโรงเรียน เหตุเพราะเปิดตัวเป็นไบเซ็กชวล เผย อยากให้เด็กทุกคนที่แกล้งได้รับรู้ ว่าสิ่งที่ทำ มันทำลายชีวิตคนอื่นแค่ไหน

        วันอังคารที่ 5 มีนาคม 2561 คือวันที่ครอบครัวลีช ต้องพบกับความเจ็บปวดและโศกเศร้าอย่างยิ่ง โดย แอนดรูว์ ไมเคิล ลีช ลูกชายคนเล็กของบ้าน วัย 12 ปี ถูกพบเป็นศพอยู่ในโรงรถของพ่อ ที่บ้านของครอบครัว ตั้งอยู่ในเมืองเซาท์เฮฟเวน รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา หนุ่มน้อยแอนดรูว์ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง หลังจากที่เขาตกเป็นเหยื่อการกลั่นแกล้งอย่างหนัก เพื่อน ๆ ที่รงเรียนมัธยมต้นเซาท์เฮฟเวน รังแกและล้อเลียนแอนดรูว์มานานเป็นเดือน ๆ เพราะเขายอมรับว่าตัวเองเป็นไบเซ็กชวล ซึ่งหลังจากที่เขาเสียชีวิตจากไป เชอรีล ฮัดสัน ผู้เป็นแม่ ได้ถ่ายภาพโลงศพของเขามาโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย เพื่อให้สังคมได้ตระหนักถึงปัญหาการกลั่นแกล้ง และเพื่อให้กลุ่มเด็กนักเรียนที่รุมรังแกลูกชายของเธอได้รับรู้ว่า สิ่งที่พวกเขาทำเพื่อความสนุกคึกคะนอง มันได้คร่าชีวิตแอนดรูว์ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

        โดยจากการรายงานของเว็บไซต์เดลี่เมล เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2561 ระบุว่า หลายเดือนก่อนหน้านี้ แอนดรูว์ประสบปัญหาเรื่องความสับสนทางเพศของตัวเอง หลังจากที่พูดคุยกับทางโรงเรียนและปรึกษากับพ่อแม่ เขาก็มั่นใจว่าตัวเองเป็นไบเซ็กชวล และตัดสินใจเปิดเผยมัน เพื่อที่เขาจะได้ยอมรับในความเป็นตัวเอง และไม่ต้องคอยกดดันกับเรื่องนี้อีกต่อไป ทว่ามันกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายเขาอย่างคาดไม่ถึง โดยเพื่อน ๆ ร่วมชั้นของแอนดรูว์เริ่มกลั่นแกล้งรังแกเขาอย่างหนัก ทั้งดูถูกเหยียดยามและทำร้ายร่างกายในรูปแบบต่าง ๆ และมันรุงแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งมันมาถึงจุดที่สภาพจิตใจของแอนดรูว์ไม่สามารถทนสู้ต่อไปได้ไหว เขาก็ตัดสินใจผูกคอตาย และคนที่พบศพเป็นคนแรกคือพี่ชายวัย 15 ปี ของเขา 
 

ศพลูกชาย


        แอนดรูว์ได้ทิ้งจดหมายลาตายเอาไว้หลายฉบับ เขาเขียนอธิบายว่าที่ผ่านมาเขาต้องพบเจอกับอะไรบ้าง ซึ่งมันเลวร้ายอย่างมาก ในโน้ตฉบับหนึ่ง แอนดรูว์กล่าวว่ากลุ่มเด็กเหล่านั้นเคยขู่เขาว่า ถ้าเขาเข้าห้องน้ำโรงเรียนเมื่อไร  เขาจะไม่มีวันได้เดินออกมาแน่ ๆ เพราะพวกนั้นจะรุมจัดการเขา นอกจากนี้แล้ว แอนดรูว์ยังกล่าวอีกว่า เขาวางแผนจบชีวิตตัวเองมาซักระยะหนึ่งแล้ว ก่อนที่จะลงมือทำจริง ๆ โดยเขาได้เขียนข้อความทิ้งท้ายเอาไว้ว่า "ผมอยากให้พวกเขา (เด็ก ๆ ที่กลั่นแกล้ง) ได้ตระหนักว่าพวกเขาทำอะไรลงไป และมันส่งผลกระทบต่อชีวิตคนอื่นมากแค่ไหน"

        เชอรีล แม่ของแอนดรูว์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่ทุกอย่างจะจบลงแบบนี้ เธอเคยเข้าไปที่โรงเรียนเพื่อปรึกษากับครูในสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกชายของเธอ แต่ทางโรงเรียนแทบไม่ทำอะไรเลย และไม่หาทางแก้ไขปัญหาด้วยซ้ำ เชอรีลยังพบความจริงที่น่าเศร้าอีกว่า ที่โรงเรียนแห่งนั้นมีปัญหาการกลั่นแกล้งกันในระดับที่รุนแรงมาก เด็ก ๆ มากมายไม่กล้าเข้าห้องน้ำ เพราะพวกเขาหวาดกลัว ไม่อยากตกเป็นเหยื่อถูกแกล้ง 

        "สิ่งที่ฉันรับรู้มากก็คือมีกลุ่มเด็ก ๆ ตามรังควานลูกชายของฉัน ด่าเขาว่าอ้วน น่าเกลียด และไร้ค่า ก่อนหน้านี้เมื่อไม่กี่ปีก่อน เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่โรงเรียนก็ผูกคอตาย เพราะถูกกลั่นแกล้ง และยังมีเด็ก ๆ อีกหลายคนที่พยายามจบชีวิตตัวเองเพราะเรื่องนี้" 
 

ศพลูกชาย


        "แอนดรูว์ของฉันเป็นเด็กที่น่ารัก อ่อนโยน ขี้เล่น และเป็นที่รักของทุกคน เขาอายุแค่ 12 ปี เท่านั้น ตอนที่เขาฆ่าตัวตาย ในฐานะคนเป็นแม่ หัวอกของฉันแทบสลาย ฉันร้องไห้ทั้งวันทั้งคืนเพราะความทุกข์ ฉันคิดไม่ออกเลยว่าฉันจะผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ยังไง" 

        "ฉันและพ่อของแอนดรูว์จะต่อสู้เพื่อต่อต้านการกลั่นแกล้งในโรงเรียน พวกเiาจะไม่หยุดเดินหน้า เราจะเป็นกระบอกเสียงให้กับแอนดรูว์ เสียงของเขาต้องถูกได้ยิน และการตายของเขาจะไม่สูญเปล่า" เชอรีล กล่าว 

        เชอรีลได้โพสต์ภาพงานศพของแอนดรูว์ลงบนเฟซบุ๊ก พร้อมกับภาพขณะที่เขากำลังนอนอยู่ในโลงศพ เธอต้องการให้โศกนาฏกรรมนี้ทำให้เหล่าเด็กที่กลั่นแกล้งลูกของเธอ และพวกที่ชอบรังแกคนอื่น ได้รับรู้ว่าสิ่งที่พวกเขาทำ มันสามารถส่งผลกระทบเลวร้ายได้มากแค่ไหน ทางด้าน แมตต์ ลีช พ่อของแอนดรูว์ ก็กล่าวว่า พ่อแม่ผู้ปกครองทุก ๆ คน ควรใส่ใจดูแลบุตรหลานของตนอย่างใกล้ชิด เพื่อสังเกตดูว่าพวกเขาตกเป็นเหยื่อถูกกลั่นแกล้งหรือไม่ พวกเขากินข้าวได้ไหม นอนหลับหรือไม่ หรือมีอะไรแปลกไป ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตเสมอ และต้องคอยพูดคุยกับพวกขาด้วย 

        แอนดรูว์ไม่ใช่เด็กคนแรกที่จบชีวิตตัวเองเพราะตกเป็นเหยื่อของการถูกกลั่นแกล้ง โดยปัจจุบันการกลั่นแกล้งรังแกในโรงเรียนได้กลายเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของสังคมสหรัฐฯ โดย 1 ใน 3 ของนักเรียนอเมริกันล้วนเคยถูกกลั่นแกล้ง หลายครั้งปัญหานี้นำไปสู่การจบชีวิตตัวเอง และที่น่ากังวลอย่างยิ่งก็คือ การฆ่าตัวตายได้กลายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของเด็กอเมริกันอายุ 10-14 ปี ไปแล้ว 

        ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับประเด็นการถูกกลั่นแกล้งที่โรงเรียนดังกล่าว แต่ยังไม่มีการรายงานเพิ่มเติมว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง 
 

ศพลูกชาย

ศพลูกชาย

ศพลูกชาย

ศพลูกชาย

Credit  ภาพจาก เฟซบุ๊ก Cheryl Hudson, Donna And-Matt Leach  เรียบเรียง Kapook