วันที่ 30 สิงหาคม 2558

1 วันก่อนสอบ ควรเตรียมตัวอย่างไร

คืนก่อนสอบ

ทบทวนเนื้อหาที่สำคัญพอประมาณและก็ดื่มวีต้าแล้วไปนอนซะแล้วก็รีบนอน ไม่ควรจะอ่านหนังสือดึกเกินไป เพราะจำทำให้เราง่วงตอนสอบ สมองล้าทำให้คิดอะไรช้า แต่หลายคนระวังตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ  การกินยานอนหลับก็ช่วยได้ แต่ไม่ควรจะกินเป็นประจำนะครับ แนะนำเป็นยาแก้แพ้  ปรึกษาเภสัชกรรมขอยานอนหลับแบบอ่อนๆ นะครับ และอย่าลืมตั้งนาฬิกาปลุก ฝากเพื่อนๆและครอบครัวช่วยปลุกด้วยจ้า

สติกโกลด์ นักประสาทวิทยาชาวอังกฤษได้รายงานผลการทดลองว่า “ในการเรียนรู้ หรือเทคนิกใหม่ๆนั้นต้องได้นอนหลับในวันที่เรียนรู้ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ส่วนความทรงจำที่เข้าสู่สมองโดยไม่มีการพักผ่อนจะไม่ได้รับการบันทึกลงสมอง และจะหายไปในสามวัน” นั่นคือความทรงจำจะถูกจัดเรียงและบันทึกในระหว่างหลับ ดังนั้นการอ่านหนังสือโดยไม่หลับไม่นอน จะทำให้ความรู้เหล่านั้นไม่ได้เก็บรักษาเป็นความทรงจำระยะยาว 

 สำหรับคนที่อ่านไม่ทัน เลยต้องอ่านหนังสือถึงเช้าแล้วเข้าสอบ ( ตอนอยู่มหาวิทยาลัย เป็นแบบนี้กันเยอะ ) บางก็ใช้วิธีโด๊ปเครื่องดื่มบำรุงกำลังช่วย เช่น กระทิงแดง   แบรนด์ และยี่ห้ออื่น ๆ อันนี้ก็แล้วแต่เทคนิคและความถึงส่วนตัว

แต่ในทางวิทยาศาสตร์  นักวิจัยในอเมริกาพบว่า คาเฟอีนและนิโคตินช่วยยับยั้งการดูดซึมวิตามินที่จำเป็นต่อการพัฒนาสมอง  อีกทั้งช่วงแรกอาจจะทำให้ร่างกายตื่นตัวแต่ถ้าหมด ถทธ์ยาแล้ว ร่างกายจะยิ่งโทรม หรือยิ่งง่วงนั่นเอง

การอ่านหนังสือหนัก อดนอนหลาวันติด ตามทฤษฎีจะมีข้อเสียเยอะ แต่ รุ่นพี่ๆเก่งหลายคนข้ามขีดจำกัดของร่างกาย อ่านหนังสืออดนอนจัดหนักกันทุกคน ทุกคนล้วนข้ามขีดจำกัดของร่างกายด้วยกำลังใจ และหลายคนก็สามารถทำคะแนนออกมาได้ดี

บางครั้งการง่วงนอน คิดช้าลง ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรในหัวเลย อิอิ

อุปกรณ์การสอบ

 ควรจะเตรียมดินสอ ปากา ( ยางลบ ที่ลบคำผิดด้วย ) ไปหลายๆแท่งนะครับ เพื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน  ดินสอเกิดหาย ตอนสอบจะได้แก้ไขทันที  สำหรับดินสอ ก็แนะนำไส้ขนาดมาตราฐาน คือ 2B นะครับ บางคนชอบ EE เพราะมันทำฝนได้เร็ว แต่ขอเตือนว่า บางครั้งเครื่องจะไม่ตรวจนะครับ  และที่สำคัญอย่าลืมบัตรนักเรียน  บัตรประชาชน  บัตรเข้าห้องสอบ รวมไปถึงเอกสารอื่นๆ ที่ทางผู้จัดสอบต้องการครับ

( หลายคนแนะนำ ให้ใช้ 4B ครับ เพราะหัวจะใหญ่ ทำให้ประหยัดเวลาในการฝนกระดาษคำตอบ แต่ถ้าฝนผิดทีจะลบนี่ลำบากพอควร )

ตื่นนอน

ตามหลักการของนักปลุกพลังระดับโลกนะครับ  เขาแนะนำให้ตื่นนอนมามาตะโกนดังๆ กับตัวเอง  "  เราทำได้  เราทำได้  เราทำได้   " ( ใช้คำอื่นก็ได้ตามศรัทธา เช่น  หนูทำได้ สู้เพื่อแม่  55 )   มันจะเป็นการฝังโปรแกรมเข้าไปในจิตใจลงสู่สามัญสำนึกของเราให้มีกำลังใจ และพลังในการทำข้อสอบครับ  ( ควรจะทำหลายๆ วันก่อนสอบ )    

อาหารเช้า

นโปเลียนกล่าวไว้ว่า กองทัพเดินด้วยท้อง   ในการสอบอาหารในเมื้อเช้าก็สำคัญมากเช่นกัน   ข้อมูลจากสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ยืนยันว่าอาหารเช้าเป็นอาหารมื้อแรกที่สำคัญที่สุดของวัน อาหารเช้าจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า มีสมาธิทั้งในการเรียนและการทำงาน  โดยหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เค็ม ด้วยนะครับเพราะคงไม่มีใครอยากเข้าห้องน้ำตอนสอบ =__=

หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เค็ม เผ็ด และไม่ควรทานเยอะเกิน  น้ำก็ควรดื่มให้น้อย เน้นอาการที่ย่อยง่ายทานง่ายนะครับ

ก่อนออกจากบ้าน

อย่าลืม กราบไหว้ ขอพร จากพ่อแม่ ก่อนออกจากบ้านด้วยนะครับ   เพื่อความเป็นศิริมงคล

การเดินทาง

ต้องหาข้อมูลให้ชัดเจน  และต้องแน่ใจว่าเขานัดสอบที่ใด ห้องไหน  ถ้าไม่แน่ใจให้เดินทาง ไปดูล่วงหน้าก่อน   ควรเดินทางไปถึงที่สัมภาษณ์ล่วงหน้าประมาณสัก 15-30 นาที จะทำให้เรามีสมาธิ และมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น   แต่ถ้าไปถึงล่วงหน้าหลายชั่วโมง ก็ดีแต่อาจจะทำให้คุณรอนานอาจเกิดความหงุดหงิด เสียสมาธิได้

เมื่อถึงโรงเรียน สนามสอบก่อนเข้าห้องสอบ

บางคนก็ถือเคล็ด  กราบไหว้สิ่งศักสิทธ์อีกรอบ    แต่ที่สำคัญคือพยายาม ตั้งสติ สมาธิทบททวนเนื้อหาบทเรียนที่เตรียมมาอีกสักนิด   หรือแลกเปลี่ยน  ติวข้อสอบกับเพื่อนอีกสักหน่อย   และตรวจเชค อุปกรณ์การสอบอีกสักรอบ

     

 

เข้าห้องสอบ

โบราณเขาว่า  ขวาร้าย  - ซ้ายดี 555  ดังนั้นก้าวขาซ้ายก่อนละกัน  ( เหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไร แป่ว)  …..   ในการสอบใหญ่ เรื่องกฎระเบียบจะสำคัญมากนะครับ  กรุณาทำตามกฎอย่างเคร่งครัด   ถ้าไม่เข้าใจก็ยกมือให้อาจารย์คุมสอบเดินมาหาเราเอง   

ก่อนลงมือทำข้อสอบกรุณาอ่านโจทย์เข้าใจ ว่าเข้าจะให้เราทำอะไรกันแน่    

 สำหรับการทำข้อสอบ ก็  ทำสุดความสามารถ ทำข้อง่าย ก่อนนะครับ บริหารเวลาดีดี ไม่เสียเวลากับข้อสอบข้อใด้ข้อหนึ่งมากเกิน แต่ก็ไม่ต้องรีบร้อนจนเกินไปเพราะยังไงก็ออกจากห้องสอบก่อนไม่ได้      และที่สำคัญ อ่านคำสั่งให้ดีก่อนทำข้อสอบ รวมถึง ฝนและเขียนชื่อ รหัสต่างๆให้ครบด้วยนะครับ

เรื่องทวนข้อสอบเมื่อทำเสร็จแล้ว  บางคนบอกว่า ยิ่งแก้ยิ่งผิด  555 อันนี้ก็อยู่ที่วิจารณญาณส่วนบุคคลนะครับ แต่ผมก็คิดว่าทวนก็ยังดีกว่าไม่ได้ทวน

ตื่นสนามสอบ !! เครียด ประหม่า

ความเครียดหลายคนจะมีตั้งแต่ก่อนสอบ ก่อนเข้าห้องสอบ ณ ตอนอยู่ในห้องสอบก็เครียดอีก กลัว ว่าจะสอบไม่ติด ว่าจะได้คะแนนน้อย ว่าจะทำให้พ่อแม่เสียใจ ตอนนี้ขอให้พยายามสงบสติอารมณ์ ใครที่ผ่านการสอบแข่งขั้นมาอาจจะโชคดีกว่าหน่อยเพราะจะควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่า สำหรับคนที่สอบเป็นครั้งแรก อาจจะมีอาการตื่นสนามสอบ ก็ขอให้หายๆใจลึกๆ คิดถึงสิ่งดีๆ  ( แอบมอง หนุ่มหล่อ สาวสวย ในสนามสอบก็ได้ ฮาฮา )  

ผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดในการสอบ อาจจะไม่ใช่ผู้ที่เก่งที่สุด แต่เป็นผู้ที่มีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

วิธีลดความเครียดแบบง่ายดังนี้
-  จิบชาเขียว  ชาเขียวเป็นแหล่งที่มาของ L-Theanine สารเคมีที่ช่วยให้บรรเทาความโกรธ ต้มน้ำที่เทออกและใช้จิบผ่อนคลายเป็นประจำทุกวันช่วยคุณให้รู้สึกผ่อนคลาย สงบนิ่ง

- เคี้ยวหมากฝรั่ง  รสมิ้นต์, ผลไม้ ของหมากฝรั่งนุ่มๆ เหนียวๆ หวานๆ เย็นๆ เคี้ยวปุ้บจะทำให้คุณหายเครียดทันทีทันใด เป็นวิธีลดเครียดที่ง่ายและรวดเร็วที่จะเอาชนะความเครียด เพียงไม่กี่นาทีของการเคี้ยวหมากฝรั่งสามารถลดความวิตกกังวลและลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรียกว่า ฮอร์โมนแห่งความเครียดจะถูกหลั่งออกมาเมื่อร่างกายเกิดความเครียด หรือนอนไม่เพียงพอ 

- ค่อยๆ หายใจเข้าและหายใจลึกๆ กำหนดลมหายใจเหมือนการนั่งสมาธิ เพียงแค่นี้ก็ช่วยลดความเครียดได้ ซึ่งบางทีเรามักลืมทำ แต่เป็นวิธีคลายเครียดที่เลิศมาก การหายใจช้าๆ ลึกๆ สามารถช่วยลดความดันโลหิตและอัตราการเต้นหัวใจได้ บรรเทาความวิตกกังวล รักษาสมดุลของจิตและกาย

- หลับตาลงไม่ต้องหลับลึก เพียงแค่หลับตาจากความวุ่นวาย พักสายตา และสมองด้วยวิธีที่รวดเร็วและง่าย แค่ลดเปลือกตาจะทำให้จิตสงบลดเครียดได้ดีจริงๆ


เทคนิคการสร้างกำลังใจ

ผมได้อ่านเจอเทคนิคของผู้มีชื่อเสียงระดับโลก อย่าง สตีเฟ่น คิง และ แจ็ค นิคคลอส โดยทำง่ายๆ ดังนี้  สร้างมโนภาพว่าตัวเองกำลังทำอะไร ให้สร้างภาพเหมือนกำลังชมภาพยนตร์ที่เคลื่อนไหวสมจริง จนคุณเชื่องตัวเองจะทำตามนั้นได้  และที่สำคัญที่สุด ให้นึกภาพตัวเองอย่างที่เป็นในปัจจุบัน เสมือนคุณทำสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้เรียบร้อยแล้ว  สู้ๆ

สุดท้ายก็ขอให้น้องๆทุกคนโชคดีในการสอบ
ข้อไหนทำไม่ได้ก็ขอให้มั่วถูก
ข้อไหน มั่วไม่ถูก ก็ขอให้ข้อสอบผิด  *0*  


การสอบไม่ใช่การวัดความรู้ของเราอย่างเดียว แต่เป็นการวัดความสามารถในการใช้เวลาที่มีอยู่จำกัดแสดงศักยภาพในตัวเราออกมา และเป็นการทดสอบสภาพจิตใจของเราด้วย ตั้งสติให้ดีค่ะ ถ้าข้อไหนรู้ว่าทำไม่ได้จริงๆ เดาแล้วข้ามไปเลยค่ะ เอาเวลาไปเก็บคะแนนในส่วนที่เราทำได้ ทางที่ดี ทำส่วนที่เราถนัดก่อนดีกว่า  by P.Boom

แต่งโดย UniGang.com