สองมือที่เปลี่ยนแปลงโลก ด้วยวิศวคอมฯ

ขอขอบพระคุณ ผู้ให้สัมภาษณ์
ศาสตราจารย์ ดร.ประภาส จงสถิตย์วัฒนา
ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


 




 

จะเปลี่ยนแปลงโลกด้วยมือสองของเราได้อย่างไร ลองหาคำตอบกันดูนะคะ
 


 


 


 



ศาสตราจารย์ ดร.ประภาส จงสถิตย์วัฒนา ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับการคัดเลือกเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ยอดเยี่ยม ประเทศไทย สาขา Computer Systems จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) สาขาคอมพิวเตอร์ ในปี 2553

คณะกรรมการจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาคมวิชาชีพที่มีชื่อเสียงเก่าแก่มานาน   ได้พิจารณามอบรางวัลวิศวกรยอดเยี่ยมหลายสาขา  อาจารย์ได้รับรางวัลในสาขาคอมพิวเตอร์  รางวัลที่ได้รับ เป็นรางวัลที่ทำประโยชน์ให้กับทั้งวงการอาชีพและวงการการศึกษา ทางวิศวกรรมคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน 
งานที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ อาจารย์ประภาสมีทั้งงานสอนและเขียนตำรา  และทำประโยชน์ให้กับสังคมในวงการวิชาชีพ คือ เป็นผู้ผลิตศิษย์เก่าที่มีคุณภาพทำให้เกิดผลงานวิจัยทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมาก  ทางสมาคมฯ จึงมอบรางวัลเป็นเกียรติ เพื่อเป็นการส่งเสริมวิชาชีพในแต่ละสาขา

หลักสูตรของวิศวคอมฯ
วิศวคอมฯ เป็นส่วนหนึ่งของคณะวิศวกรรมศาสตร์  วัฒนธรรมของวิศวกรรมศาสตร์ คือ เป็นผู้สร้าง  การเลือกคณะที่จะศึกษาต่อ น้องๆ ต้องเข้าใจถึงวัฒนธรรมของคณะนั้นๆ ด้วย
การเลือกสถาบันเป็นการเลือกยี่ห้อ เลือกสภาพแวดล้อม  การเลือกคณะเป็นเหมือนการเลือกวัฒนธรรมส่วนหนึ่ง อย่างวิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์  วัฒนธรรมจะต่างกัน 

การเป็นผู้สร้างในเชิงวิศวกรรม คือ ถ้ามองในมุมหนึ่งจะเป็นเหมือนนักประดิษฐ์  ดังนั้น
คนที่เรียนต้องเป็นคนที่ชอบคิดสร้างสรรค์ ชอบประดิษฐ์
   ไปโรงงาน ต้องดูงานด้วยความคิดที่จะเรียนรู้  การเรียนวิศวกรรมศาสตร์ก็จะมีความสุข  เพราะว่าโรงงานเหมือนผลสำเร็จที่เราคิดจะสร้างของจำนวนมาก  ที่มีประโยชน์และที่มีค่า ในเวลาและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น 

คอมพิวเตอร์เป็นหลักสูตรย่อยในคณะวิศวกรรมศาสตร์  เราต้องเรียนวิศวกรรมทั่วไป แล้วจึงมาเรียนคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะหลักในสาขาคอมพิวเตอร์  คือ การสร้างคอมพิวเตอร์เป็น  ไม่ใช่แค่เข้าใจหรือจัดการดูแลระบบเป็นอย่างเดียว 

งานทางด้านวิศวกรรมเป็นงานวิชาชีพ เป็นการรับผิดชอบ ไม่เพียงคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เท่านั้น จะต้องลงมือทำให้บริการ ซ่อม ดูแล รักษาด้วย
หลักสูตรวิศวคอมพิวเตอร์ นอกจากเข้าใจเรื่องคอมพิวเตอร์แล้ว  ยังมี
ห้องปฏิบัติการให้ลงมือสร้างด้วยและต้องทำทุกคน  ดังนั้นส่วนประกอบที่สำคัญ นอกจาก ความรู้ คือ ทักษะทางวิศวกรรม

นอกจากทักษะแล้ว จะมีวิธีคิดแบบวิศวกรรม ซึ่งมีลักษณะพิเศษ คือ คิดอย่างเป็นเชิงระบบ จะมองอะไร ต้องมองเห็นเป็นภาพใหญ่ แล้วรู้ว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร  จากนั้น จึงมองลงรายละเอียดต่อไป

ส่วนใหญ่การเรียนด้านวิศวกรรมศาสตร์ จะต้องใช้เรื่องการคำนวณ
ผู้ที่สนใจเรียนด้านวิศวกรรมศาสตร์จะต้องไม่เกี่ยงเลข  ไม่ถึงต้องหลงใหล แต่ต้องทำได้สบายๆ เพราะนั่นเป็นพื้นฐานของความคิด  การคิดเชิงเหตุผล
นั้นสำคัญ  ถึงแม้ว่านักวิทยาศาสตร์อย่างไอสไตน์จะเชื่อว่าจินตนาการเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งเราตระหนักดีว่าจินตนาการสำคัญมาก  และหน้าที่ของวิศวกร คือ การทำให้จินตนาการเป็นจริง 

ต่างกับวิทยาการคอมพิวเตอร์อย่างไร
หากจะอธิบายเฉพาะระดับปริญญาตรี เป็นการเรียนทั่วๆ ไป ที่มีส่วนเหมือนกันมากกว่าส่วนที่ต่าง  เพราะพื้นความรู้ต่างๆไม่ได้ต่างกันมากมาย 
ถ้าเป็นทางด้านวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ ต้องเรียนสร้างมากขึ้น  ลงมือปฏิบัติในด้านต่างๆ เช่น สร้างไมโครซิพ ต้องบัดกรีสายไฟ เขียนโปรแกรมจริงๆ ซึ่งเป็นทักษะผสมกับความรู้ที่จะประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ออกมา 


ถ้าเป็นทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ อาจจะมีอย่างอื่นเพิ่มเติม อย่างเช่น  คณิตศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น  วิทยาศาสตร์ที่กว้างขึ้นมากกว่านั้น  เพราะว่าวิศวคอมฯ จะเข้าห้องทดลองเพื่อประดิษฐ์ ส่วนวิทยาการคอมพิวเตอร์จะศึกษารายวิชาอื่นๆ เพิ่มเติม  เมื่อประกอบวิชาชีพ ใครถนัดด้านใดจะทำงานด้านนั้นๆ   ตลาดแรงงานของบริษัทใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Google หรือผู้ผลิตรายใหญ่ อย่าง Intel หรือ บริษัทที่ทำ Network ล้วนต้องใช้บุคลากรทั้ง 2 ด้าน  แม้ว่าพื้นความรู้ปริญญาตรีจะคล้ายกัน  เพียงแต่วัฒนธรรมและทักษะที่ได้รับจะแตกต่างกัน  แล้วแต่ถนัดด้านใด

ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์จะมีอยู่ทุกที่
ถ้าเป็นวิศวกร เราต้องไปสร้างด้วย จึงจะสามารถก้าวหน้าในวิชาชีพได้ แต่กล่าวโดยทั่วไป ไม่ว่าอาชีพใด การมีประสบการณ์ในการทำงานมากเป็นระยะเวลายาวนาน หากมีความสามารถจะก้าวหน้าเป็นผู้บริหาร   แต่จุดเริ่มต้น คือ เราสะสมประสบการณ์ด้านใด  คอมพิวเตอร์ซึ่งเรียนทั้งตัวเครื่องในเมืองไทยมีน้อย  แต่เรายังต้องซื้อติดตั้งทั้งระบบ ไม่ใช่เครื่องเดียว  ยกตัวอย่าง บริษัทหนึ่งมีเครื่องคอมพิวเตอร์ 400-500 เครื่อง ไม่ใช่ต่างคนต่างซื้อมาติด จะต้องมีการวางระบบเครือข่าย มีวิธีการดูแล ทุกที่มันมีมิติในองค์กร ให้เราต้องจินตนาการต้องลงมือปฏิบัติ ต้องแก้ปัญหาในเชิงสร้างสรรค์ในทุกๆ ด้าน

คุณสมบัติที่จะเข้าเรียนวิศวคอมฯ
ประการแรก เป็นวิศวกรต้องชอบเลข  ถ้าไม่ถึงกับชอบ ต้องไม่เกลียด  ถ้าไม่ชอบเลยจะเรียนยาก 

ประการที่สอง ถ้าจะเรียนคอมพิวเตอร์จะต้องเป็นคนชอบแก้ปัญหา ยกตัวอย่างการแก้ปัญหา การเอาตัวต่อมาต่ออย่างไรให้มันเข้ากัน หรือชอบเล่นเกมส์ต่างๆ   เพราะในมุมหนึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้องใช้ไหวพริบ 


ประการที่สาม ทักษะในการเขียนโปรแกรมนั้นสำคัญ  ถ้าไม่ชอบจะเป็นเรื่องที่ลำบากในการเรียน  เพราะต้องใช้ทักษะด้านนี้มาก ไม่ว่าจะในทางวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์  แต่ถ้าไม่มีพื้นฐานด้านนี้ สามารถเรียนรู้ที่นี่ได้ 
  

เทคนิคการเรียนเก่ง
ต้องมีความชอบหรือรักในสิ่งที่ทำก่อน  หากคนเรารักหรือชอบสิ่งใด เราจะสนใจและสามารถเรียนเก่งได้ทั้งนั้น  เปรียบเทียบกับวัยรุ่นหนุ่มๆ เวลาสนใจใคร จะมีความเพียร ทำทุกอย่างให้สาวชอบ จนเป็นคู่รักกันได้  ส่วนการเรียนทำนองเดียวกัน หากเราสนใจวิชาใด เราจะมีความเพียร เรารู้หลักของวิชานั้นๆ เราจะเรียนได้ดี  แม้ว่าการเรียนในมหาวิทยาลัย เราจะไม่ได้สนใจในทุกวิชา ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถทำให้เกิดแรงจูงใจที่จะให้เรียน
ได้หรือไม่ 

เคล็ดลับอีกอย่าง คือ
การอ่านหนังสือ  เด็กสมัยนี้อ่านหนังสือความรู้กันน้อยลง การอ่านหนังสือประเภทอื่นอาจจะสนุกกว่า แม้กระนั้น ความรู้ทางคอมพิวเตอร์มีข้อดี คือ
เนื้อหาความรู้สามารถหาได้อย่างกว้างขวาง เราสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง  และเรียนรู้เพิ่มเติมหรือถามข้อสงสัยจากอาจารย์

ทุนการศึกษา
โดยภาพรวม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีทุนการศึกษาอย่างพอเพียง ทั้งทุนให้เปล่าและทุนกู้ยืม
  ในภาควิชาเองมีทุนจากบริษัทต่างๆ ที่ศิษย์เก่าแนะนำมา ช่วยสนับสนุนอยู่  ในการเรียนระดับปริญญาตรี ปัญหาเรื่องการเงินจะไม่เป็นอุปสรรคในการเรียน เนื่องจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีทุนหลายประเภทมากๆ

หลังจบการศึกษา สามารถประกอบอาชีพใดได้บ้าง
จะเห็นได้ว่าแทบทุกบริษัททั้งในและต่างประเทศ  จะต้องใช้คอมพิวเตอร์ทั้งนั้น 
ทั้งบริษัททั่วไป บริษัทเกี่ยวกับซอฟต์แวร์  บริษัทผลิตเกมส์ ธนาคารทุกแห่งในประเทศไทยรวมถึงธนาคารข้ามชาติ นิสิตที่จบการศึกษาไป สามารถทำงานในบริษัทใหญ่ๆ เหล่านี้ได้ นิสิตบางคนตั้งบริษัทผลิตซอฟต์แวร์หรือให้บริการทางสารสนเทศ หรือทำงานกับบริษัทรุ่นพี่

ยกตัวอย่าง เรื่องระบบเอ็นทรานต์ ต้องมีผู้เชี่ยวชาญเพื่อดำเนินการ ไม่เพียงแต่เขียนเว็บไซต์เพื่อให้กรอกข้อมูลเท่านั้น เช่น การรับสมัครตรงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  สมัคร 40,000-50,000 คน ต่อปี จะต้องทำระบบเพื่อรองรับจำนวนคนที่เข้ามาพร้อมกันมหาศาล  มีเซิร์ฟเวอร์ 10 ตัว  เว็บไซต์จะได้ไม่ล่ม  และความฝันของนิสิตในยุคปัจจุบัน คือ เป็น Google ที่สอง  ให้เป็นยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก  ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ ขอให้มีจินตนาการและลงมือทำ อีกตัวอย่างที่ชัดเจน คือ  facebook ที่ต้นกำเนิดของบริษัท เขาเป็นเด็กนักศึกษาที่มีจินตนาการขึ้นมา และมีความมุ่งมั่นไปหานายทุน  อดทนสร้างสรรค์ พัฒนาจนปัจจุบันมีลูกค้าถึง 500 ล้านคนทั่วโลก ลองพิจารณาดูว่าระบบคอมพิวเตอร์ที่ดูแลคน 500 ล้านคนจะใหญ่เท่าไร  หากนำคอมพิวเตอร์มาเรียงกันคงเป็นเนื้อที่เป็น 10 ตารางกิโลเมตร ซึ่งน่าทึ่งมากที่เกิดจากนักศึกษาปริญญาตรีคนเดียว

ใบประกอบวิชาชีพ
ใบประกอบวิชาชีพต่างๆ สามารถไปสมัครสอบได้ตามบริษัทต่างๆ มีค่าใช้จ่ายเล็กน้อย ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่สามารถออกใบประกอบวิชาชีพเหล่านี้ให้ได้ ต้องเป็นบริษัท ซึ่งเราก็มีความร่วมมือกันอย่างดี 

ใบประกอบวิชาชีพ ยกตัวอย่าง จากบริษัทไมโครซอฟต์  ซึ่งจะมีหลายเกรด หรือจากบริษัทซิสโก้ ผู้ดูแลติดตั้งเครื่องเน็ตเวิร์ก  หรือบริษัทซอฟต์แวร์เพ็คเกจ  แต่เป็นที่นิยมสอบ จะมีบริษัท
ไมโครซอฟต์กับซิสโก้ นอกจากนี้ ยังมีใบประกอบวิชาชีพของวิศวกรรมสถาน
เป็นใบประกอบวิชาชีพของวิศวกร ซึ่งต้องไปสอบเช่นเดียวกัน


แนวโน้มความนิยมการเรียนคอมพิวเตอร์ในประเทศไทย
ความนิยมมีเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากนักศึกษาที่สมัครเข้าเรียนและจบการศึกษามีจำนวนมากขึ้นทุกปี
  แม้ว่าในประเทศที่ก้าวหน้าด้านคอมพิวเตอร์แล้วถึงจุดชะงัก เห็นได้จากงานด้านนี้ในต่างประเทศมีน้อยลง แต่มาทำงานในประเทศเราหมด  เพราะงานในประเทศเรายังมีให้ทำได้อีกมาก จนเหมือนจำนวนนักศึกษาที่จบไปไม่เพียงพอกับความต้องการในตลาดแรงงาน หากจบการศึกษาไป ไม่ตกงานอย่างแน่นอน สามารถสอบเข้าในบริษัทใหญ่ๆ ได้ หลายแห่งทีเดียว

ยกตัวอย่าง บริษัทข้ามชาติที่เขียนซอฟต์แวร์มาอยู่เมืองไทย เป็นบริษัทใหญ่มาก มีคนงานตั้ง 2,000 คน  มีคนไทยเกือบทั้งหมด คือ บริษัทรอยเตอร์ ซอฟแวร์ ประเทศไทย เมื่อแรกเริ่มตั้งในประเทศไทยมีคนงานเพียง 40 คน พอผ่านมา 8 ปี กลายเป็น 2,000 คน เพราะมั่นใจในเมืองไทยที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีในการผลิตงานประเภทนี้   หรือ บริษัทซอฟแวร์ที่ทำเกี่ยวกับรถยนต์ ตอนนี้มีคนงานอยู่ 200 กว่าคน กำลังจะขยายเป็น 1,000 กว่าคน เห็นได้ว่าตลาดในประเทศไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว 
แม้การทำงานจะท้าทายหรือยาก เราสามารถทำงานอย่างมีความสุขได้ หากมีความรู้กับทักษะที่ดี

การนำความรู้คอมพิวเตอร์ไปใช้ในชีวิตประจำวันหรือพัฒนาประเทศ
ในปัจจุบัน ชีวิตประจำวันเราอยู่กับเทคโนโลยีไฮเทคตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นมือถือ หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ หากเรามีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์จะสะดวกในด้านต่างๆ
เช่น ในการลงโปรแกรมเพิ่ม หรือเขียนโปรแกรมต่างๆ เข้าไปในมือถือ การใช้ในชีวิตประจำวันที่มีไอทีจะเป็นเรื่องปกติ  ไม่ว่าจะไปโหลดเพลงหรือตั้งบริษัทขายเพลงของตัวเอง

แนวทางการพัฒนาประเทศชาติ เราสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาที่หลากหลาย ทั้งการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ สารสนเทศ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
  หากเราดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์  อาจจะเปิดหน้าร้านบนอินเตอร์เน็ต เพื่อขายผลิตภัณฑ์จากเมืองไทย ระบบสารสนเทศจะจำเป็นอย่างมาก ในอนาคตเกรงว่าการเข้าร้านหนังสือจะมีอัตราน้อยลง  แต่การขายในอินเตอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คิดว่าต่อไป ร้านหนังสือจะกลายเป็นของหายาก นอกจากนี้ เราสามารถเห็นชัดเจนว่าการตลาดมีอิทธิพลมากจนมนุษย์เปลี่ยนพฤติกรรม

ความต้องการในตลาดยังสูงอยู่และผู้ที่จบการศึกษายังมีจำนวนน้อย  เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องการตกงาน สิ่งที่น่ากังวลมากกว่า คือ การสนใจแต่เนื้อหาการเรียนและขาดทักษะ  เพราะในการประกอบอาชีพจะต้องมีทักษะด้วย  การเป็นวิศวกรจะต้องทำเป็น หากไม่ฝึกฝนจะไม่เก่ง เปรียบเหมือนกับการสอนระบายสี หากเราระบายแต่ในชั่วโมงเรียน ไม่ไปฝึก จะเก่งไม่ได้  อยากจะเน้นว่าคนที่เรียนเรื่องใด ขอให้ขวนขวายฝึกฝน
  ตลาดแรงงานมีมากก็จริง แต่บริษัทต้องการจ้างคนที่คุ้มกับเงินเดือน  ชีวิตการทำงานจะยากกว่าเรียนหนังสือเยอะ

แนะนำภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์
ภาควิชานี้มีเด็กที่มีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัวอยู่หลายคน  ถ้าใครคิดว่าตัวเองมีเอกลักษณ์พิเศษจะถูกใจ  จะมีเพื่อนแบบนี้เยอะ อย่างเช่น คนที่ชอบคณิตศาสตร์อย่างคลั่งไคล้ แต่ไม่ชอบคอมพิวเตอร์เลยก็มี
ภาควิชาเราอยู่ด้วยกันอย่างมีน้ำจิตน้ำใจ เรียนก็สนุก 

เรามีกิจกรรมระดับนานาชาติเยอะ หากนิสิตคนไหนเก่ง สนใจจะเข้าร่วมการแข่งขัน เราจะสนับสนุน  ล่าสุดมีการแข่งขันที่เวียดนาม เป็นการแข่งขันการเขียนโปรแกรมระดับนานาชาติ 

การที่เราได้อยู่กับเพื่อนที่เรียนเก่ง จะสนุกไปอีกแบบหนึ่ง ได้เรียนรู้เพิ่มเติม บางคนสนุกกับกิจกรรมการแข่งขันต่างๆ ไม่เครียดเรื่องการเรียนมาก บางคนอาจจะรู้สึกไม่สนุก หากจะต้องแข่งขันอยู่เสมอ  แต่ส่วนใหญ่แล้ว ในภาควิชานี้ จะไม่มีนิสิตที่ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายหรือนิ่งๆ ส่วนใหญ่จะกระตือรือร้นในเรื่องต่างๆ อยู่เสมอ 

อยากจะเชิญชวนคนที่สนใจคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ต้องการสร้าง ต้องการรู้  แต่ถ้าชอบเป็นเพียง ผู้ใช้ (user) มาเรียนจะลำบาก  เพราะเราไม่ได้เรียนใช้เลยนะ  เราเรียนสร้าง สร้างสรรค์ทุกประเภท  อุปกรณ์การเรียนห้องทดลองมีครบครัน อาจารย์ที่ภาควิชามีทั้งวัยหนุ่มสาวทันสมัย และทั้งอาจารย์ที่มีประสบการณ์ ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องต่างๆ  เป็นส่วนผสมของความแตกต่างที่ลงตัวในภาควิชา

แล้วพบกันที่ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนะครับ

สอบเข้าและเรียนรู้ ไม่ยากอย่างที่คิด
 

 



 

หน้าที่ 2 - สัมภาษณ์นิสิตภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์
 

ขอขอบคุณนิสิตผู้ให้สัมภาษณ์

 


นายปิยภัทร สราญฤทธิชัย (ชาญ) นิสิตชั้นปีที่ 2 นายฐนกร จินดานนท์ (พีช) นิสิตชั้นปีที่ 2


นางสาวฐานิกา เลิศภิญโญวงศ์ (แจม) นิสิตชั้นปีที่ 3 นายฐปน วรวุฒิวัฒน์ (ไอวี่) นิสิตชั้นปีที่ 3

 


 

ขอขอบคุณนิสิตผู้นำชมห้องทดลอง

นายปกรณ์ อรรจน์สาธิต นิสิตปริญญาโท ชั้นปีที่ 1


 




 


เหตุผลที่สนใจเรียนวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์


ชาญ - ชอบเรียนรู้เกี่ยวกับทฤษฎี  แต่เมื่อเรียนทฤษฎีมากขึ้น จึงหาช่องทางที่จะแสดงความสามารถในด้านปฏิบัติบ้าง จึงสนใจที่จะเรียนรู้วิชาที่มีทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ  ผมเลือกเรียนวิชาที่ผมชอบ ผมชอบคณิตศาสตร์ ชอบทฤษฎี ชอบปฏิบัติ เนื่องจากคณิตศาสตร์หาช่องทางในการปฏิบัติได้น้อย  ผมจึงเลือกเรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์  เพราะคอมพิวเตอร์เป็นวิชาที่มีทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ผมสามารถแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่

พีช – ชอบเขียนโปรแกรม ซึ่งการเข้าวิศวคอมฯ สามารถเพิ่มความรู้ความสามารถในการเขียนโปแกรมได้ ได้เรียนรู้วิธีการทำโปรแกรมให้ดีขึ้นและเทคนิคที่น่าสนใจต่างๆ

แจม – คอมพิวเตอร์เกี่ยวข้องกับทุกอาชีพ ทุกอย่าง ทุกวงการ  จึงคิดว่าถ้ามาเรียนในสาขานี้ จะมีอนาคตในการทำงาน มีโอกาสที่ดีขึ้น

ไอวี่ - ตอนเด็กๆ อยากสร้างหุ่นยนต์ครับ  อยากทำให้หุ่นยนต์คิดได้ครับ  แล้วสิ่งที่จะทำให้มันตอบสนองพฤติกรรมที่เราต้องการ นั่นคือ ต้องเขียนโปรแกรม และการเรียนเขียนโปรแกรมต้องเรียนที่วิศวคอมฯ จึงสนใจมาสมัครเรียนที่นี่ครับ

เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง

พีช - เรียนเรื่องฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ คณิตศาสตร์ บางครั้งมีการทำ Lab ต่างๆ ให้เราได้ฝึกใช้ทักษะ ที่เราเรียนมาให้มีประโยชน์  ส่วนวิชาพื้นฐานวิศวกรรมศาสตร์ทั่วไป มีเรียนตามปกติ ตอนปี1 และพวกแคลคูลัส ฟิสิกส์ ต้องเรียนเหมือนกันครับ

แจม - ปีหนึ่งจะเรียนเหมือนกันหมดทุกสาขาวิชาค่ะ  แต่พอปี 2 เป็นต้นไปจะเรียนเฉพาะเนื้อหาในภาควิชา มีทั้งทฤษฎี มีห้อง Lab มีการฝึกเขียนโปรแกรม จะเจาะลึกในเรื่องเหล่านี้

ไอวี่ - ตอนปี 1 เราจะเรียนวิชาพื้นฐานเกี่ยวกับวิศวกรรมศาสตร์เหมือนกัน เรียนรวมกันหมด แต่พอขึ้นปี 2 จะเริ่มแยกหลักสูตร เรียนแยกตามภาควิชา เช่น ภาคคอมพิวเตอร์  ภาคไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น  ตอนปี 2  ภาควิชาเราจะเรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เกี่ยวกับ programming  หรือ ทฤษฏี programming  และ คณิตศาสตร์ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

ความยากง่ายในการเรียน

ชาญ - ความยากง่ายในการเรียนแล้วแต่คนนะครับ  ถ้าสมมติเราชอบวิชานี้จริง ไม่ว่ายากหรือง่าย เราก็อยากเรียน

แจม – การเรียนมีความยากพอสมควร แต่หากได้เรียนรู้ในสิ่งที่เราชอบ เราจะมีความสุขกับการเรียน

ไอวี่ -  คำว่ายาก ง่าย ตอบยากครับ  ถ้าเราบอกว่าง่าย แล้วเราจะมาเรียนทำไม ในเมื่อเรารู้อยู่แล้วครับ  การเรียนรู้เป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง แน่นอนถึงเนื้อหาวิชายาก แต่ถ้าเราชอบมากๆ  เราจะสามารถเข้าใจได้ครับ อาจต้องใช้เวลาบ้าง  แต่อาจารย์สอนได้ดี ทำให้เข้าใจง่ายครับ  หรือว่าสงสัยสามารถเรียนถามได้นอกเวลา อาจารย์ยินดีตอบทุกคำถามครับ

ประโยชน์ในการเรียนวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์

ชาญ - ถ้ามองกว้างๆ คนที่มาเรียนวิศวคอมพิวเตอร์ จะเขียนโปรแกรมได้ ทำฮาร์ดแวร์ได้ แต่ว่าที่ผมประทับใจที่สุด คือ  ตรรกศาสตร์ แค่ 0 1 0 1 กลายเป็นคอมพิวเตอร์ กลายเป็นสังคมที่ยิ่งใหญ่ เปลี่ยนแปลงโลกในปัจจุบันได้ นี่คือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของคอมพิวเตอร์สำหรับผมครับ

พีช - สามารถนำความรู้คอมพิวเตอร์แก้ปัญหาได้  เช่น ถ้าเราเขียนโปรแกรมแล้วพบปัญหา เราโมเดลมาเป็นคณิตศาสตร์ได้แล้วใช้คอมพิวเตอร์แก้ไขให้เราได้

แจม - ได้ประโยชน์ค่อนข้างมากทีเดียว  ก่อนที่จะเข้าวิศวคอมฯ ความรู้คอมพิวเตอร์ค่อนข้างจะเป็นศูนย์  แค่เปิด ปิด เครื่องเป็นอยู่ 2 อย่าง  แต่เมื่อเข้ามาเรียนแล้ว ได้ลงมือทำ มีโอกาสได้ใช้จริง เวลาเรากลับบ้านไป คอมพิวเตอร์เรามีปัญหา  เราสามารถแก้ไขได้  จากการเขียนโปรแกรมไม่เป็น  เมื่อเรียนแล้วสามารถเขียนโปรแกรมได้ มีประโยชน์ในชีวิตประจำวันมาก

ไอวี่ – ประโยชน์ในการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ที่เห็นได้ชัด  คือ การเขียนโปรแกรมต่างๆ ยกตัวอย่าง ในโทรศัพท์มือถือ Smartphone  หรือ I-phone  ตามปกติ หากเราซื้อมือถือ สิ่งแรกคือการลงโปรแกรม  แต่ถ้าเราเรียนภาคคอมพิวเตอร์ เราไม่จำเป็นต้องเสียเงินให้ร้าน  เราจะเข้าใจระบบการทำงานมากขึ้น  พอมีความรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง เราค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในอินเตอร์เน็ต พอเข้าใจแล้วจะทำเองได้ครับ ไม่ต้องไปเสียเงิน  ซึ่งผมคิดว่าเราทำได้ตรงกับความต้องการมากกว่าอีกครับ

หลังจบการศึกษา สนใจประกอบอาชีพใด

ชาญ -  ผมอยากเรียนต่อเป็นอาจารย์ครับ  เพราะว่าต้องการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่มีให้รุ่นน้องๆ เพื่อการเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น  ไม่ว่าจะนำไปใช้ในรูปแบบใด

พีช - ถ้าให้ตอบตอนนี้ยังไม่ค่อยแน่ใจครับ  อยากจะทำเกี่ยวกับวิจัยพวกหุ่นยนต์  เพราะเป็นเรื่องที่สนุกดีครับ  แต่อยากจะนำมาพัฒนาเพื่อใช้ช่วยเหลือคนได้ด้วย

แจม -  ตอนนี้คงตอบลำบากเหมือนกันค่ะ  ต้องรอดูอีกสักระยะค่ะ   ซึ่งการเรียนวิศวกรรมศาสตร์เป็นการปูพื้นฐานให้เรามีกระบวนการคิดที่ดี  การที่เราจะไปศึกษาต่อสาขาอื่นที่ไม่ใช่วิศวกรรมศาสตร์ก็ไม่ลำบากค่ะ  อาจจะศึกษาเพิ่มเติมด้านบริหารหรือการตลาดค่ะ

ไอวี่ -  ค่อนข้างมีความสนใจเกี่ยวกับระบบสมองกลฝังตัว  อย่างเช่น ระบบคอมพิวเตอร์ภายในรถยนต์  การควบคุมการจ่ายน้ำมันหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์ครับ  ค่อนข้างที่จะสนใจพัฒนาระบบที่อยู่ในรถยนต์ต่างๆ ครับ เพราะเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของพวกเรามาก  ซึ่งการพัฒนาเรื่องเหล่านี้ จะทำให้เราเห็นถึง ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการใช้ชีวิตของคนที่เปลี่ยนไป  อยากจะมีส่วนร่วม ในสิ่งที่อาจเรียกได้ว่า เป็นการปฏิวัติชีวิตของคนในยุคนี้เป็นยุคถัดไปครับ

แนะนำน้องๆ ในการเตรียมตัว อ่านหนังสือด้านใดบ้าง

ชาญ - พยายามทำให้เราเป็นคนที่รู้รอบที่สุด  เปิดสมองให้กว้าง ให้มีความรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ เมื่อสอบเข้ามาแล้ว เราจะได้เรียนและใช้ความรู้ของเราได้อย่างเต็มที่   เวลาสอบให้อ่านพวกฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ตามปกติครับ  พยายามตั้งเป้าหมายว่าต้องการเรียนแบบนี้จริงๆ แล้วเราต้องทำให้ได้  ไม่ต้องคิดว่ามันยากเกินไป ทุกคนทำได้อยู่แล้วแค่ตั้งใจ

พีช – การเตรียมตัวสอบเข้ามา ต้องเป็นไปตามระบบ แต่ว่าถ้าจะเข้ามาแล้ว อยู่ค่อนข้างสบาย ต้องมีไปศึกษาเรื่อง programming บ้าง  จะทำให้เรามีความรู้พื้นฐาน ไม่ต้องไปเรียนใหม่หมด เพราะว่ามหาวิทยาลัยมีเนื้อหาในการเรียนค่อนข้างเยอะครับ  เวลาเรียนน้อย ถ้ามีพื้นฐานหลายอย่างกว้างๆ ไว้ก่อน จะทำให้เราเรียนรู้ได้เร็วขึ้น

แจม - ต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือให้ดี  ถ้าเราพร้อม เรามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว  สิ่งที่อยากฝากไว้ คือ อย่ากดดันตัวเองมาก  การเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่การสอบเข้าสถาบันที่เราต้องการ ไม่ใช่ที่สุดในชีวิต  ใช้ชีวิตของเราให้รู้สึกว่าเราทำเต็มที่แล้วพอแล้ว อย่าไปกดดันตัวเอง  พักผ่อนให้เพียงพอเป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกันค่ะ  แล้วเราจะได้เรียน ในสิ่งที่เราชอบอย่างมีความสุข

ไอวี่ -   นอกจากเราจะสอบเข้า Admission สอบตรงแล้ว ยังมีทางเลือกอื่นๆ ในการเข้ามหาวิทยาลัย ทางภาควิชาคอมพิวเตอร์ มีโควต้าการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เช่น ถ้าน้องสนใจด้านการเขียนโปรแกรม ในทุกปีจะมีโครงการ สอวน. สสวท. จะเปิดรับสมัครสอบเข้าค่ายการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งถ้าน้องสอบเข้าไปในโครงการเหล่านี้ แล้วน้องสามารถเรียนรู้ได้ดีและสามารถผ่านเข้าไปในรอบลึกๆ  ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชาคอมพิวเตอร์ จะมีโควต้าในการรับเข้าเป็นนิสิตครับ  เพราะพี่สอบเข้าแบบนี้เช่นกัน


แนะนำภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์

ชาญ -  วิชาคอมพิวเตอร์ค่อนข้างจะมีบทบาทสำคัญในสังคมปัจจุบัน  เป็นสิ่งที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งแท้จริงแล้วมาจากบุคคลสำคัญเพียงไม่กี่คน  การมาเรียนในสาขานี้จะทำให้น้องอาจจะสามารถเป็นแบบพวกเขาได้ เป็นคนต่อไปที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกด้วยมือของน้อง

พีช - อยากให้เข้ามาเรียนครับ เพราะว่าเข้ามาเรียนแล้ว เราได้ทำจริง และจะสนุกไปกับการเรียน

แจมถ้าน้องชอบคอมพิวเตอร์เป็นทุนอยู่แล้ว วิศวคอมพิวเตอร์เหมาะสมกับน้องอย่างที่สุดแล้วค่ะ  อาจารย์บอกว่าภาควิชานี้ มีเด็กลักษณะพิเศษเฉพาะตัว (ประหลาดๆ) เยอะ ก็จริงค่ะ  แต่เด็กประหลาดที่นี่ น่ารักทุกคนนะคะ  อยากให้น้องได้เข้ามาเรียนด้วยกันค่ะ น้องๆ จะได้สัมผัสชีวิต ในวิศวคอมพิวเตอร์ น้องๆจะพบว่าไม่ได้มีแต่การเรียนอย่างเดียวหรือไม่ได้มีแต่ทฤษฎีเครียดๆ ไม่ได้มีแต่การแข่งกันเรียน  ที่นี่ให้อะไรเยอะกว่าที่น้องคิดไว้แน่นอน

ไอวี่ – นอกจากชีวิตในมหาวิทยาลัยแล้ว จะมีหลายรูปแบบมาก แม้เวลาเรียนเราจะเคร่งเครียดกันมากแค่ไหน แต่เวลาพัก เราจะจริงจังกันยิ่งกว่านะครับ  บนห้องภาคสามารถเปลี่ยนสภาพเป็นร้านเกมส์ได้ภายในเวลา 10 นาทีเลยครับ  เพราะเราเป็นวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ครับ เราสามารถต่อเน็ตเวิร์กได้ในเวลา 5 นาที พร้อมที่จะเล่นเกมส์พร้อมกันได้  นอกจากนี้  ศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์ เป็นศาสตร์ที่ค่อนข้างใหม่  ถ้าน้องเป็นคนที่ชอบอะไรใหม่ๆ ผมขอแนะนำให้เข้าภาควิชานี้ ถ้าน้องเข้ามาอยู่ภาควิชานี้ น้องจะได้เล่นอะไรแปลกๆ เต็มไปหมดเลยนะครับ  ท้าทายและสนุกดีครับ


 

แนะนำการเรื่องคอมพิวเตอร์โอลิมปิก
ไอวี่การเข้าโควต้าที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สามารถเข้าได้ทางโอลิมปิกด้วย  ซึ่งการเข้าคอมพิวเตอร์โอลิมปิก สามารถสมัครสอบ กับ โครงการ สอวน. ครับ  ซึ่งจะจัดทุกปีอยู่แล้ว  จะมีสอบหลายวิชามาก ตั้งแต่ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยาคอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์  เป็นต้น

ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์จะรับโควต้านี้อยู่แล้ว เพราะตรงกับภาควิชา  แต่บางปีจะรับคณิตศาสตร์เข้ามาด้วย  ถ้าน้องสนใจทางด้านนี้อยู่แล้ว การที่ได้เข้าไปในค่ายดังกล่าวจะให้ความรู้กับน้องๆ ได้มาก มีความสนใจต่อยอดมากขึ้น แม้ว่าจำนวนน้องๆ จะมาก แต่มีการดูแลเอาใจใส่ที่ดี 

การเข้าโครงการดังกล่าว จะมีการสอบ เหมือนให้น้องทำการแข่งขัน  จะมีการสอบเข้ารอบต่างๆ  ถ้าน้องทำได้ดีแล้ว ทำให้เห็นความสามารถของน้อง คณะกรรมการจะคัดเลือกน้องๆ ไว้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งโอลิมปิกด้านต่างๆ ที่สำคัญ นอกจากความภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยแล้ว ยังได้ไปเที่ยวด้วยนะครับ ได้ไปประเทศที่เป็นเจ้าภาพการแข่งขัน

นอกจากน้องจะได้ความรู้ แสดงความสามารถ ถ้าน้องเข้าไปได้รอบที่ลึกพอ  อย่างเช่น 25 คนสุดท้ายนะครับ  น้องจะสามารถเข้าตรงของภาควิชาได้ โดยไม่ต้อง Admission แค่น้องยื่นใบโควตา ว่าน้องเคยเข้าค่าย น้องสามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้เลยครับ  25 คนสุดท้าย ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าน้องเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ ทำได้ครับ

นอกจากโครงการ สอวน. สสวท.แล้ว ยังมีโครงการของ JSTP (Junior Science Talent Project) หรือ โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน  เป็นโครงการที่ให้เยาวชนระดับอุดมศึกษาและมัธยมศึกษาเข้าไปทำวิจัยกับทาง Lab มหาวิทยาลัยโดยตรง  อย่างตอนที่ผมเข้าโครงการ ผมได้เข้าไปอยู่ใน Lab กับอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับหุ่นยนต์  เขาจะให้เวลาเรา 1 ปี อยากทำอะไร ก็ทำได้เลย  พอครบกำหนด 1 ปี เขาจะมาถามว่า เราได้ทำอะไรไปบ้าง เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง จากการทำงานครับ  ทุกปีจะคัดเลือก ประมาณปีละ 10 คน  เข้ามาในโครงการและจะให้ทุนเรียนต่อจนถึงปริญญาเอก มีค่าใช้จ่ายให้ด้วย ค่าเทอมก็จ่ายให้ครับ ผมเป็นหนึ่งใน 10 ที่ได้

หลังจากนั้น ทีมงานได้เยี่ยมชมห้อง Lab ซึ่งอาจารย์ประภาสและอาจารย์นัทที ได้เปิดคลิปวิดีโอกิจกรรมภาควิชา ครั้งเมื่อไปแข่งขันหุ่นยนต์ใช้งานในบ้านให้ชมด้วย ต้องขอขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างยิ่งที่อนุญาตให้ทีมงานเข้าพบและอธิบายข้อข้องใจจนกระจ่างค่ะ ทำให้ได้ทราบว่า คอมพิวเตอร์มีประโยชน์อย่างมากมาย สามารถเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบได้ทีเดียว

แล้วน้องๆ ละคะ ไม่สนใจที่จะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้นหรอกหรือ ?



 



 

Credit     http://www.vcharkarn.com/varticle/42029

4378

เข้าชม

7

ตอบกลับ

สองมือที่เปลี่ยนแปลงโลก ด้วยวิศวคอมฯ

โพสต์เมื่อ 04/03/2554 01:00 | 0
ชอบคำนี้จัง "ถ้าชอบ ถึงยากก็อยากเรียน" ^^ ตรงใจดี
โพสต์เมื่อ 04/03/2554 10:54 | 0
ผมเรียนแน่  ชอบมากๆ
โพสต์เมื่อ 04/03/2554 11:18 | 0
เพิ่งจะติดไปเอง วิศว คอม JOOLA ฬ
โพสต์เมื่อ 04/03/2554 15:17 | 0
จะได้เรียนในไม่ช้าแล้วว โอ้ววว วิศวะคอมเกษตร จ๋าา
โพสต์เมื่อ 04/03/2554 20:39 | 0
สุดยอดด  ขอบคุณมากๆครับ  ได้แง่คิดอะไรหลายๆอย่างเลย ^^
โพสต์เมื่อ 02/05/2554 02:33 | 0
รู้อะไรหลาย ๆ อย่างมากขึ้น
โพสต์เมื่อ 01/11/2554 20:29 | 0
ถ้าเรียน สายทั่วไป ไปสอบวิศว คอมได้ไมครับ เเต่มีความสามารถ อย่างเช่น ซ่อมคอมพิวเตอรื   ลงwin เขียนเว็ปไซ   เขียน win อ่ะครับไปสอบได้ไมครับ

ความคิดเห็น

weareloso 03/01/2555 07:59

ไม่ได้ครับ วิศวะจะรับเด็ก ม.ปลาย สายวิทย์ครับ พวกการซ่อม การลง Windows ไม่ได้ใช้ในการสอบ เขาใช้ พวก คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ครับ

weareloso 03/01/2555 08:00

เป็นความคิดที่ผิดครับ งั้นผมชอบซ่อมรถ ผมก็เข้า วิศวะเครื่องกล โดยใช้ความรู้ของผมด้านการซ่อมรถไปสอบน่ะสิครับ