ม.มหิดลโชว์เคส ชูผลงานนศ.วิศวะฯชีวการแพทย์ป.ตรีรุ่นแรก

ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน "เปิดโลกวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย" โดยมีการจัดการแสดงนวัตกรรมและงานวิจัยจากนักศึกษาระดับปริญญาตรีรุ่นแรกของประเทศไทย รวมถึงนักศึกษาระดับมหาบัณฑิตศึกษาของภาควิชาฯที่ได้ก่อตั้งมาเป็นเวลากว่า 10 ปี


       
       ปัจจุบันมีโรคเกิดใหม่เพิ่มขึ้น การจะรับมือกับโรคเหล่านั้นได้ต้องอาศัยความรู้ด้านการแพทย์สมัยใหม่ โดยเฉพาะนวัตกรรมใหม่ๆที่มีส่วนช่วยวินิจฉัยโรคต่างๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่เพียงการวินิจฉัยโรคจากแพทย์เท่านั้น แต่ต้องอาศัยเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ จึงจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ และสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ก็ตอบโจทย์นี้ได้ดี
       
       ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า คณะวิศวะกรรมมีความตั้งใจจะผลักดันงานวิศวะฯที่เกี่ยวกับการแพทย์ ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีใครคิดถึงเท่าไหร่ ในปี 2541 หรือเมื่อ 12 ปีที่แล้ว ได้มีหลักสูตรวิศวกรรมการแพทย์เกิดขึ้นจริงๆ โดยเปิดเป็นหลักสูตรมหาบัณฑิต ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้เชิญอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้จากประเทศอังกฤษมาสอน เมื่อสาขามีความเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดก็พัฒนาและผลักดันให้เกิดหลักสูตรระดับปริญญาตรีขึ้น
       
       "จริงๆ ในประเทศเรามีการใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องไม้เครื่องมือด้านการแพทย์โดยมีวงเงินอยู่หลายหมื่นล้าน แต่ว่าเราค่อนข้างเสียเปรียบเพราะต้องนำเข้าอย่างเดียว การดูแลรักษาต่างๆ ก็จะต้องใช้บุคลากรจากภายนอกเข้ามาดูแล ทำให้เล็งเห็นว่าสาขานี้มันมีความจำเป็น จึงเกิดหลักสูตรนี้ขึ้นมา ปีนี้เป็นนักศึกษารุ่นแรกของเราที่กำลังจะจบออกไป ก็ได้นำเอาผลงานหลายๆอย่างมาแสดงให้คนภายนอกได้รู้จัก หลายชิ้นเป็นผลงานในระดับนานาชาติ" ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ กล่าว
 

       
       หัวหน้าภาคฯ กล่าวอีกว่า การเรียนการสอนของสาขาฯ เป็นการเรียนแบบบูรณาการ เอาองค์ความรู้หลายๆอย่างมาผสมผสานกัน ทั้งวิศวกรรมไฟฟ้า เครื่องกล เคมี โลจิสติกส์ และเรียนในวิชาของคณะแพทย์ด้วย โดยเน้นให้ผู้เรียนรู้จักการออกแบบ ส่งเสริมให้เด็กเป็นนักวิจัยรุ่นเยาว์(เริ่มทำวิจัยในชั้นปีที่2)โดยที่สาขานี้เป็นศาสตร์ทางด้านวิศวกรรม ซึ่งนำไปใช้ให้เกิดผลลัพธ์ทางการแพทย์ ดังนั้นควมารู้ที่จำเป็นต้องเรียนนั้นกว้างมาก ทางสาขาฯจึงฝึกให้นักศึกษาเน้นเรื่องของการเป็นนักวิจัย มีวิธีคิดเป็นนักวิจัย ในขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้ในศาสตร์ที่มีความแตกต่างด้วย
       
       "เขาค่อนข้างที่จะต้องรู้เยอะและรู้ลึกอย่างรอบด้าน ในต่างประเทศตอนนี้ ศาสตร์จะไม่ได้เป็นวิชาการเฉพาะด้านแล้ว แต่จะเป็นการผสมผสานบูรณาการ เพราะฉะนั้นนักศึกษาทุกคนสามารถจะตอบได้เรื่องสรีระวิทยา กายวิภาค ทำการทดลองต่างๆ แล้วโจทย์ในการทดลอง จะได้รับโจทย์จริงจากโรพยาบาล ความที่มหิดลเรามีหลายโรงพยาบาล ก็จะมีความร่วมมือจากคณะแพทย์เป็นผู้ตั้งโจทย์แนวคิดจริงๆที่ต้องการนำไปใช้ หลายๆอย่างจะมีการต่อยอดสู่การนำไปใช้ได้จริง ตอนนี้มีหน่วยงานภาคอุตสาหกรรมเข้ามาแสดงความสนใจ ดังนั้นการต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์คาดว่า น่าจะไม่เกิน 2 ปีที่จะผลิตออกสู่ตลาดได้" หัวหน้าภาคฯ กล่าว
       
       หัวหน้าภาคฯ เสริมว่า ในอนาคตสาขาฯจะมุ่งเน้นใช้ความคิดในการสร้างนวัตกรรม รวมถึงวิธีการที่จะเสริมให้การทำงานของแพทย์มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น สิ่งที่สำคัญคือ การกระจายความรู้เรื่องด้านการสาธารณสุขที่อาจจะกระจุกอยู่แค่ที่กรุงเทพฯ แต่สาขาฯมีความพยายามที่จะถ่ายทอดออกไปสู่ชนบทด้วย โดยเฉพาะคนพิการหรือผู้ด้อยโอกาส ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้ผลักดันเป็นการส่วนพระองค์เองในเรื่องของวิศวกรรมชีวการแพทย์ ถือเป็นกำลังใจของพวกเราทุกคน
       
       ด้านนักศึกษารุ่นแรกอย่าง "อาย" คณิตา ตันธนวิกรัย ชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า ในครั้งแรกก็เกิดความสงสัยว่าสาขานี้เรียนเกี่ยวกับอะไร จึงไปค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า เป็นการเอาความรู้ทางวิศวกรรมมาประยุกต์กับความรู้ด้านการแพทย์ ซึ่งโดยส่วนตัวสนใจคณะแพทย์มาตั้งแต่ต้น แต่มีความถนัดด้านวิศวกรรมมากกว่า และเห็นว่าสาขานี้น่าจะเป็นประโยชน์กับคนอีกจำนวนมาก ในการสร้างอุปกรณ์ที่จะช่วยผู้ป่วยได้ จึงตัดสินใจเรียนวิศวกรรมชีวการแพทย์
       
       "แนวคิดเราจะเป็นแนวคิดทางวิศวกรรม แต่ว่าเราจะใช้แนวคิดทางการแพทย์เสริมเข้ามาเพราะการเรียนของเราต้องได้ใกล้ชิดกับผู้ป่วย เนื่องจากอุปกรณ์ทุกชิ้นเราจะต้องใช้กับผู้ป่วยจริงๆ ยกตัวอย่างตัววิชาหลักๆ เช่น วิชาที่ว่าด้วยอวัยวะเทียม ก็จะต้องเรียนเกี่ยวกับการสร้างหัวใจเทียม ว่าต้องมีหลักอย่างไรบ้าง ออกแบบอย่างไร แล้วการจะนำหัวใจเทียมใส่ในตัวคนไข้ต้องผ่านการทดสอบอะไรบ้าง ประมาณนี้ค่ะ" อาย เล่า
       
       อาย กล่าวอีกว่า ผลงานของสาขาฯมีความหลากหลายมาก ด้วยความที่เป็นวิศวกรรม จะมีทั้งส่วนของวิศวะไฟฟ้า เครื่องกล เคมี คอมพิวเตอร์ โดยศาสตร์นี้ค่อนข้างเป็นงานประยุกต์ อย่างผลงานของกลุ่มเราจัดทำเป็น "ซอฟแวร์เพื่อการติดตามโมเลกุลขนาดใหญ่" จะนำไปใช้ในกลุ่มงานชีวะ เช่นการค้นหายาตัวใหม่ หรือใช้ประมวลผลการทดสอบเชื้อโรคต่างๆให้ทราบผลที่เร็วขึ้นผ่านตัวโปรแกรมที่เราเขียนขึ้นมา ช่วยให้แพทย์ทำการทดลองในแล็ปได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น จากตัวอย่างพบว่า ในการทดลองจริงบวกการประมวลผลในห้องแล็ปใช้เวลา 26 ชม. แต่เมื่อประมวลผลผ่านซอฟแวร์ สามารถย่นระยะเวลาเหลือเพียง 10 วินาที
       
       ส่วน "โก้" จิรวัฒน์ จิตประสูตวิทย์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ซึ่งจะจบเป็นรุ่นแรกเช่นกัน กล่าวว่า สนใจเข้ามาเรียนสาขานี้เพราะชื่นชอบศาสตร์ทางด้านวิศวกรรมบวกกับสนใจงานในด้านเทคนิคการแพทย์เป็นทุนเดิม
       
       "รู้สึกชอบศาสตร์ทางด้านวิศวกรรม และผมก็เกิดอยากทำอุปกรณ์เกี่ยวกับพวกเทคนิคการแพทย์ด้วย พอดีมีสาขาใหม่ที่เพิ่งเปิดเกี่ยวกับชีวการแพทย์ เป็นความโชคดีคือ เปิดปีแรกในปีที่ผมแอดมิดชั่นพอดี ก็เลยเลือกมาเรียน เชื่อว่าเพื่อนๆทุกคนที่เลือกเข้ามาเรียน ลึกๆแล้วอยากช่วยเหลือคน อยากทำอะไรให้คนที่ป่วยได้เอาไปใช้ ผมก็เป็นหนึ่งคนที่อยากทำอย่างนั้นเหมือนกัน" โก้ กล่าว


       
       โก้ เล่าอีกว่า ผลงานที่โชว์ตามจุดต่างๆ เป็นโปรเจคที่เกิดจากการวิจัยในห้องแล็ป ด้วยระยะเวลาและงบประมาณที่จำกัด จึงสามารถพัฒนาไปได้บางส่วนเท่านั้น การจะผลิตเพื่อใช้งานจริงก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ด้วยว่าจะเข้ามาสนับสนุนนวัตกรรมด้านนี้มากน้อยแค่ไหน และเนื่องจากเป็นซีเนียร์โปรเจคที่ใช้เวลาวิจัยประมาณ 1 ปี ผลงาน"เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า"ที่ได้ เคยนำไปทดสอบกับผู้ป่วยจริงแล้วได้ผลดี แต่ยังต้องพัฒนาในส่วนรายละเอียดได้อีก รุ่นน้องอาจจะนำไปพัฒนาหรือต่อยอดได้มากขึ้นไปก็ได้
       
       "ผมมองว่าบริษัทผลิตอุปกรณ์เหล่านี้ในประเทศไทยยังไม่มี ก็คิดกับเพื่อนๆเหมือนกันว่าถ้าตั้งบริษัทได้ก็ดี พยายามจะทำเครื่องมือเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อป้อนให้คนไทยได้ใช้กัน รู้สึกว่าเราก็ช่วยเหลือคนได้เหมือนกัน โดยสร้างเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัย ตอบโจทย์เทคโนโลยีที่สูงเหมือนในต่างประเทศที่เขามีกัน เพื่อไปช่วยหมอในการรักษาคนไข้" โก้ทิ้งท้าย


Credit   http://manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9540000026604

 

3914

เข้าชม

3

ตอบกลับ

ม.มหิดลโชว์เคส ชูผลงานนศ.วิศวะฯชีวการแพทย์ป.ตรีรุ่นแรก

โพสต์เมื่อ 06/03/2554 22:57 | 0
อยากเข้าคณะนี้มากๆเลย
โพสต์เมื่อ 09/04/2554 21:18 | 0
อยากเข้าคณะนี้ค่ะ หนูเองเป็นคนที่ป่วยง่ายและบ่อยด้วย ซึ่งเวลาป่วยทีนึงก็ต้องสังเกตอาการ

คิดไปต่างๆนาๆ  ล่าสุดก็เป็นหวัด2009 ต้องหยุดเรียนเป็นอาทิตย์  หลังจากที่หายแล้วเข็ด ไม่

อยากเป็น และก็ไม่อยากให้คนรอบข้างเป็นด้วย  เลยอยากนำประสบการณ์ตรงนี้มาพัฒนาเพื่อ

ช่วยเหลือผู้ป่วยคนอื่นๆค่ะ
โพสต์เมื่อ 14/05/2554 15:40 | 1
reading อยากอยู่ในรูปนี้บ้าง สู้ๆ!