วันที่ 3 กันยายน 2558

แนะนำ การทำข้อสอบความถนัดวิชาชีพและการสัมภาษณ์ พยาบาล มหิดล

ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีน้องๆ ทุกคนเลยนะคะพี่ชื่อพี่กุ๊กไก่ ตอนนี้ก็กำลังเรียนพยาบาลรามาปีสามอยู่นะ หลายคนอาจสงสัย พยาบาลรามานี่เป็นของมหาลัยไหนนะ  มีเหมือนกันนะที่ไม่รู้จัก  พยาบาลรามาธิบดี เป็นภาควิชาหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  ส่วนพยาบาลอีกคณะหนึ่งก็คือคณะพยาบาลศาสตร์ หรือทุกคนอาจจะรู้จักกันในชื่อพยาบาลศิริราชนั่นเอง เราจะเรียนคล้ายๆกันบางวิชา ตอนปีหนึ่งและปีสองก็จะเรียนด้วยกันที่ศาลายา  ส่วนปีสามก็จะแยกกันเพราะจะเรียนวิชาคณะทั้งหมด เอาเป็นว่าพี่ขอพูดเน้นที่พยาบาลรามาละกันเนอะ เด่วน้องๆสับสน

แนวทางสู่ความสำเร็จอีกขั้น

เชื่อว่าน้องๆหลายๆคนคงกำลังเคร่งเครียดกับการเตรียมตัวสอบอยู่  พี่ก็มีคำแนะนำเล็กๆน้อยๆในแบบของพี่ที่เคยใช้มานะ ถ้าน้องๆสนใจอาจจะเอาไปประยุกต์ใช้กับตัวเองก็ได้นะไม่หวง

เป้าหมาย

             ข้อนี้สำคัญมากเพราะก่อนที่เราจะลงมือทำอะไรนั้น เราต้องรู้ก่อนใช่มั้ยว่าเราจะทำไปเพื่ออะไร ทำไปทำไม ถ้าเรามีเป้าหมายเราจะเหมือนมีหลักยึด วางแผนการที่จะเอาชนะได้จริงไหม ดังนั้นน้องๆคนไหนที่ยังค้นหาตัวเองไม่เจอก็รีบๆได้แล้วนะจ๊ะ  ถ้าน้องๆคนไหนหาเป้าหมายของตัวเองเจอเร็วเท่าไหร่ก็จะมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น

วางแผน

             เมื่อเราหาเป้าหมายของเราได้แล้วก็ต้องมีการวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจ สำหรับตัวพี่ หลังจากที่พี่รู้ความต้องการของตัวเองว่าอยากเป็นพยาบาล  ก็เริ่มหาข้อมูลว่าพยาบาลเค้าต้องสอบอะไรบ้าง มีที่ไหนเปิดรับบ้าง หลังจากนั้นพี่ก็เริ่มอ่านหนังสือเรียนพิเศษแล้วก็ทำข้อสอบเยอะๆ จำได้ว่าตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ทรมานมากเลย  พี่ต้องตื่นไปเรียนพิเศษตั้งแต่ตีห้าเพราะบ้านพี่อยู่ไกล นอนก็ดึก  อยากจะบอกว่าทรมานมากจริงๆ แต่พอผลสอบออกมาแล้วปรากฏว่าพี่ติดทุกที่ที่พี่สมัครสอบไว้  ความเหนื่อยมันไม่รู้อยู่ไหนแล้วตอนนั้น  ไปไหนก็มีแต่คำชม ครอบครัวก็ดีใจกันมากมาย ตัวพี่ก็รู้สึกดีใจมากที่ทำสำเร็จ พี่อยากให้น้องๆทุกคนประสบความสำเร็จ ฉะนั้นตั้งใจนะพี่เป็นกำลังใจให้

สอบความถนัดทางวิชาชีพและสัมภาษณ์

             หลังจากที่น้องๆสอบข้อเขียนผ่านแล้ว ก็จะมีใบแจ้งกำหนดการสอบสัมภาษณ์และความถนัดไปที่บ้าน ตอนนั้นพี่ก็เครียดเหมือนกันนะตอนสอบความถนัด ไม่รู่เค้าจะให้สอบอะไร ในความคิดพี่ตอนแรกนึกว่าจะให้สอบความรู้เกี่ยวกับพยาบาล แต่เอาจริงๆ มันเป็นข้อสอบคล้ายๆวัดระดับไอคิวมากกว่าแบบว่า วัดความสามารถทางด้านภาษา การคำนวณ ความรอบคอบ ทดสอบไหวพริบ  เค้าจะให้ข้อสอบมาพร้อมกันทีเดียว แล้วให้เราบริหารเวลาเองให้ทำให้ทัน ตอนนั้นก็เดาด้วยสัญชาตญาณอย่างเดียวเลยแหละไม่มีเวลาคิดมาก  

UniGang  ข้อสอบวัด iq     Link

           สำหรับการสัมภาษณ์ ใช้เวลาแต่ละคนประมาณ 30 นาที แล้วแต่ว่าจะได้เข้าห้องไหนเจอคำถามแบบไหนและจะเจออาจารย์คนไหน แต่ส่วนใหญ่อาจารย์พยาบาลรามาธิบดีจะใจดีทุกคนนะ ไม่ต้องกลัวเราต้องมั่นใจในตัวเอง ยิ้มให้เยอะๆ เจอคำถามยากๆก็ไม่ต้องตกใจตอบไปตามความคิดของเรานั่นแหละ ก็สำหรับตัวพี่นะพี่เจอคำถามเกี่ยวกับข่าวประมาณว่า เหตุการณ์ตอนนี้มีอะไรที่สำคัญน้องๆก็อ่านหนังสือพิมพ์ ดูข่าวเยอะๆก็ดีนะ แล้วก็ถามว่าทำไมเราถึงเลือกคณะนี้ ก็ตอบไปตามความจริงนั่นแหละว่าเราชอบอยากเรียน หรืออาจจะเป็นเพราะเหตุผลอื่น เพื่อนพี่บางคนบอกว่าไม่อยากเรียนแม่บังคับให้เรียนยังติดเลย หลักๆก็คือจริงใจอะนะ ตอบไปตามความจริง

แต่เราก็ต้องแสดงถึงความมั่นใจด้วยว่าเราจะเรียนคณะนี้แน่นอนไม่เปลี่ยนใจภายหลัง ส่วนคำถามอื่นๆก็จะเป็นเรื่องส่วนตัวของเรา เทคนิคเล็กๆคืออย่าเงียบนานนะเวลาเจอคำถามไตร่ตรองดีๆแล้วตอบออกไปด้วยความมั่นใจประหนึ่งว่าประกวดนางสาวไทยนั่นแหละ แล้วเค้าก็จะดูบุคลิกภาพเราด้วยให้เดินให้ดู ชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงส่วนใหญ่ก็ไม่มีปัญหาเรื่องนี้นะ แต่ก็แล้วแต่ว่าจะเจออาจารย์คนไหนด้วยนะบางคนก็ไม่ได้ให้เดิน พี่ไม่ได้เดินเพราะว่าพี่ตอบคำถามเยอะหมดเวลาซะก่อนมั้ง หรือบุคลิกพี่ดีอยู่แล้วก็ไม่รู้ ^ ^ (เขิน) ล้อเล่นนะเด่วจะหาว่าพี่หลงตัวเอง

ข้อมูลเกี่ยวกับคณะพยาบาลรามา

ข้อมูลคร่าวๆพี่ก็พูดไปตั้งแต่ตอนแรกแล้วนะที่เพิ่มเติมก็มีดอกไม้ประจำคณะ คือดอกมะลิ ส่วนดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือดอกกันภัย สีประจำคณะคือสีแสด สีประจำมหาวิทยาลัยคือสีน้ำเงิน เด่วมารู้กันดีกว่าว่าสี่ปีในรั้วรามาเค้าเรียนอะไรกันบ้าง เริ่มตั้งแต่

ปีหนึ่ง จะเน้นวิทยาศาสตร์ทั่วไป ก็จะเรียนวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะ สถิติ ภาษาอังกฤษ แล้วก็สังคม จะเรียนรวมกับคณะอื่นๆอะนะ ส่วนวิชาคณะจะเรียนแค่ตัวเดียวคือวิชาบทนำสู่วิชาชีพพยาบาล เทอมสองก็จะเรียนกายวิภาค ก็คือการผ่าศพ ในที่นี้ขอเรียกท่านว่าอาจารย์ใหญ่ พยาบาลจะไม่ได้เป็นคนผ่า แค่ดูเฉยๆว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง หมอเค้าจะเป็นคนผ่าแล้วเราเรียนต่อจากเค้าอีกทีนะ ปีหนึ่งจะเป็นปีที่สนุกที่สุดเลยเพราะได้เจอเพื่อนต่างคณะ มีกิจกรรมรับน้อง กิจกรรมเลือกชมรม ปิดเทอมก็จะมีไปออกค่ายต่างๆแล้วต้องขอบอกว่ารับน้องของมหิดลไม่โหดเพราะเรารักน้อง จะออกแนวโอ๋กันไปเลย (ก็ไม่ถึงขนาดนั้น)

ปีสอง จะเริ่มเรียนหนักมากขึ้น เพราะเราจะต้องขึ้นฝึกปฏิบัติบนหอผู้ป่วยอาทิตย์ละ 1 วัน ก็ต้องเรียนหัตถการต่างๆที่ต้องใช้เช่น ฉีดยา ให้น้ำเกลือ เจาะเลือด และอีกมากมาย เด่วน้องๆมาเรียนก็จะรู้เอง และต้องเรียนวิชาของคณะวิทยาศาสตร์ด้วยได้แก่วิชา สรีรวิทยา เภสัชวิทยา จุลชีววิทยา เป็นต้น  สรุปก็คือเรียน 4วัน ฝึก 1 วัน วันที่ขึ้นฝึกต้องเตรียมตัวเยอะหน่อยทบทวนความรู้เมื่อเรารับcaseแล้ว แล้วก็ต้องรีบนอนเร็วๆเพราะ ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่อแต่งตัว รถมารับตอนตีห้าครึ่ง  เพราะเราอยู่ที่ศาลายา แต่ต้องมาฝึกที่รามาซึ่งอยู่ในกรุงเทพแล้วต้องขึ้นฝึกก่อนเจ็ดโมงก็เลยต้องตื่นเช้านิดนึง

ปีสาม ก็จะย้ายมาเรียนที่รามาทั้งหมดเพราะเราจะเรียนวิชาคณะและขึ้นฝึกมากขึ้น คือ 3วันต่อสัปดาห์ เรียนสองวัน เราก็จะเริ่มสัมผัสกับชีวิตจริงๆของพยาบาลว่าเค้าทำงานกันอย่างไร ได้เรียนรู้อะไรที่ซับซ้อนขึ้นและถูกคาดหวังมากขึ้น รึเปล่า ปีสามเป็นปีที่เรียนหนักที่สุดแล้วล่ะ เพราะเนื้อหาที่ต้องเรียนเยอะมากทำให้เราไม่มีการปิดเทอมทั้งเทอมแรกและเทอมสอง ( เศร้า ) 

ปีสี่ จะเน้นไปที่การฝึกเป็นสำคัญ ก็คือนำความรู้ที่เรียนมาทั้งหมดมาหัดใช้ให้เกิดทักษะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเรียนเลย เค้าจะแบ่งเรียนตอนแรกให้เสร็จ ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน หลังจากนั้นก็ฝึกอย่างเดียว จนเราจบและรับปริญญาจ้า

เย่ๆ จบแล้ว

น้องๆหลายคนอาจจะพอทราบมาแล้วว่า อาชีพพยาบาลเป็นอาชีพที่ต้องใช้ทั้งแรงกายแรงใจ สติปัญญา และอีกหลายๆอย่าง เพราะเราต้องดูแลชีวิตของคน ดังนั้นถ้าน้องๆมีความต้องการและสนใจที่อยากจะเป็นพยาบาลจริงๆพี่ก็ขอชื่นชมในความเสียสละของน้องๆ และยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่ง สุดท้ายนี้พี่ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆทุกคนสู้ต่อไปอย่าเพิ่งท้อแท้หมดหวัง เพราะสุดทางที่รอคอยคือชัยชนะที่หอมหวาน  จาก  พี่กุ๊กไก่ พยาบาลรามาธิบดี

ขอขอบคุณพี่กุ๊กไก่ มากมากนะครับ กว่าจะเสร็จเป็นบทความนี้ได้มันไม่ใช่ง่ายๆเลย  ซึ้ง

http:// http://usocial.exteen.com/20091026/entry