ชีวิตของเด็กมัธยมปลาย

 
 
ลูกสาวผม กำลังจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  และขณะนี้กำลังเครียดกับการสอบเข้าเรียนต่อในคณะยอดนิยมของมหาวิทยาลัยดังต่างๆของรัฐ...ตามที่เธอใฝ่ฝัน 
 
ภาพจำลองประกอบบทความ
ที่มา :
http://www.rd1677.com/backoffice/PicUpdate/62409.jpg
?ผมเห็นเธอเครียดมาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  แล้ว กับการต้องรักษาเกรดเฉลี่ยทั้ง 3 ปี (GPA) อีกทั้งยังต้องเครียดกับการสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และความถนัดเฉพาะทาง (PAT)   อีกไม่รู้กี่ครั้งเพื่อจะได้เอาคะแนนที่สูงสุดมาคำนวณ และยังมีคะแนนที่ทิ้งไม่ได้อีกเช่นกันคือ ONET ....ผมรู้สึกเครียดแทนเธอมาก...ไหนเขาบอกว่า เด็กๆ ควรเรียนรู้อย่างมีความสุข...
 
ผมเห็นเธอและเพื่อนๆ ต้องเสียเงิน..เสียเวลา..เรียนกวดวิชากับติวเตอร์ดังๆ ทั้งราชบุรีและกรุงเทพฯ ในช่วงเย็นบ้าง ช่วงเสาร์ - อาทิตย์บ้าง   ยิ่งช่วงปิดเทอมแล้วเด็กๆ เหล่านี้ ไม่ได้อยู่บ้านอยู่ช่องกันหรอกครับ หายตัวเข้าไปเรียนกวดวิชาในกรุงเทพฯ กันหมด  เหตุผลง่ายมาก เพราะหากไม่เรียน..คงสอบเข้าในคณะยอดนิยมของมหาวิทยาลัยดังต่างๆ ของรัฐ..ไม่ได้แน่...ชีวิตของเด็ก ม.4-6 สมัยนี้...มันช่างน่าสงสารจริงจริง...(ไม่ได้หมายถึงทุกคนนะครับ เพราะยังมีกลุ่มเด็ก ม.4-6 ที่ไม่เอาอะไรเลย..ก็มี) 
 
ลูกสาวผมมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นหมอฟัน...ก็เลยไปสมัครสอบตรงของ กลุ่มสถาบันแพทย์ศาสตร์แห่งประเทศไทย(กสพท.) เพื่อเข้าเรียนในคณะแพทย์ศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ  อีก คราวนี้ยิ่งไปกันใหญ่ วันๆ คลุกอยู่แต่ในห้อง...หาซื้อหนังสือเกร็งข้อสอบ กสพท. มาอ่านอีกจำนวนหลายเล่ม..ทั้งๆ ที่หนังสือจากโรงเรียนกวดวิชาชื่อดัง และหนังสือติวข้อสอบ ONET, GAT, PAT ก็ยังอ่านไม่หมดเลย...ยิ่งเวลาไปสอบ กสพท.จริงๆ รู้สึกหนาว..เห็นมีแต่เด็กท่าทางเก่งๆ ทั้งนั้นมาจากทั่วประเทศ (แล้วเราจะสู้เขาได้ไหมเนี่ย..)
 
ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ เธอและเพื่อนๆ ต้องเที่ยวเหมารถวิ่งไปสอบตรงตามคณะยอดนิยมของมหาวิทยาลัยดังต่างๆ ที่เปิดสอบกันเป็นจ้าละหวั่น..บางคนก็ได้ตามที่ใฝ่ฝัน บางคนก็ผิดหวัง..ต้องรอยื่นแอดมิชชั่นกลาง....ซึ่งต้องกลับมาลุ้นกับการสอบ GAT/PAT อีกครั้งเผื่ออาจได้คะแนนสูงขึ้น รวมทั้งต้องทำคะแนนสอบ ONET ในแต่ละวิชาให้ดีอีกด้วยเพราะมีผลในการคำนวณเพื่อยื่นแอดมิชชั่นกลางทั้งสิ้น
 
ผมลองเรียบเรียงดูว่า การเรียนของลูกสาวผม ในช่วงชั้น ม.4-ม.6 นี้มีอะไรบ้าง? ที่ผมต้องจ่ายเพิ่มเติมจากการเรียนการสอนตามปกติในโรงเรียน
  • ค่าเรียนกวดวิชา ซึ่งจำไม่ได้ว่ากี่สถาบัน กี่วิชา เรียนกันทั้งในช่วงเย็น เสาร์-อาทิตย์ และช่วงปิดเทอม (ยิ่งอาจารย์ดังดัง..ก็ยิ่งแพง)
  • ค่าสมัครสอบ GAT/PAT (จำไม่ได้แล้วว่ากี่ครั้ง ???? เพื่อจะได้เอาคะแนนที่ดีที่สุด มาคำนวณ)
  • ค่าซื้อหนังสือเกร็งข้อสอบทั้งหลายทั้ง GAT,PAT,ONET,กสพท.ฯลฯ อีกจำนวนหลายเล่ม(จำไม่ได้) 
  • ค่าสมัครสอบตรง ตามมหาวิทยาลัยและสถาบันต่างๆ ซึ่งต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา ไหนจะค่าพาหนะ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ฯลฯ
  • ค่าความเครียดของตัวผมเอง รวมทั้งตัวลูกสาวด้วย (อันนี้ประเมินราคาไม่ได้เลยครับ)
ลูกสาวผมเอ่ยปากบอกผมว่า "เธออยากจะเขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า "ชีวิตของเด็กมัธยมปลาย" ซึ่งเธออยากจะบรรยายถึงความเครียด ความกลัว(ที่จะผิดหวัง) ความเบื่อหน่ายของการเรียนในโรงเรียนที่ไม่สนองตอบต่อการเรียนที่สูงขึ้น  ความเหนื่อยที่ต้องตะเกียกตะกายไปกวดวิชาเพื่อมาสอบแข่งขัน ฯลฯ"  ...ผมก็ให้กำลังใจเธอว่า...ลองเขียนดูก็ดีนะ...บางทีผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเขาจะได้เข้าใจบ้าง... 
 
ความเครียดของเด็กจะจบ ม.6
ผมลองเรียบเรียงเรื่องราวที่ลูกสาวของผม ต้องทำต่อจากนี้ไป มาเป็นตัวอย่างว่า เธอจะต้องวางแผนทำอะไรบ้าง...และบางอย่างเธอก็ต้องตัดสินใจด้วยตัวเธอเองด้วย.. 
  1. เธอสอบตรง..ได้เรียนในคณะหนึ่ง ของมหาวิทยาลัยศิลปากร..แล้ว (มอบตัวเสียค่าธรรมเนียมต่างๆ เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ตัดสิทธิ์ในการยื่นแอดมิชชั่นกลาง)
  2. เธอสอบตรง..ได้เรียนในคณะหนึ่ง ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์..แล้ว (กำหนดมอบตัวและเสียค่าธรรมเนียมในวันที่ 7-11 ก.พ.2554 ที่จะถึงนี้ และที่สำคัญคือตัดสิทธิ์ในการยื่นแอดมิชชั่นกลาง)
  3. เธอต้องสอบ ONET ในวันที่ 19-20 ก.พ.2554 (ซึ่งมีผลนำไปใช้คำนวณการยื่นแอดมิชชั่นกลาง)
  4. เธอจะต้องสอบปลายภาคเรียนสุดท้ายปีการศึกษา 2553 วันที่ 21-25 ก.พ.2554 ให้ดีที่สุด เพื่อรักษาค่าเกรดเฉลี่ย (GPA) (ซึ่งมีผลนำไปใช้คำนวณการยื่นแอดมิชชั่นกลาง)
  5. เธอต้องวางแผนสอบ GAT/PAT อีกครั้งในวันที่ 5-8 มี.ค.2554 (เผื่ออาจได้คะแนนสูงขึ้นซึ่งมีผลนำไปใช้คำนวณการยื่นแอดมิชชั่นกลาง)
  6. ผลการสอบเข้าคณะแพทย์ศาสตร์ ของกลุ่มสถาบันแพทย์ศาสตร์แห่งประเทศไทย(กสพท.) ที่เธอสอบไว้ จะประกาศผลประมาณเดือนมีนาคม นี้
  7. เธอจะต้องยื่นคะแนน Admissions กลาง ประจำปีการศึกษา 2554 ในวันที่ 11-20 เม.ย.2554
  8. วันที่ 8 พ.ค.2554 ประกาศผล Admissions กลาง

ภาพจำลองประกอบบทความ
ที่มา : http://learners.in.th/blog/mink11/415532
ในห้วงเวลาตั้งแต่บัดนี้จนกระทั่งถึง 8 พ.ค.2554  ผมคิดว่าเป็นเวลาที่เด็ก ม.6 ทุกคน (ที่อยากเรียนในคณะยอดนิยมของมหาวิทยาลัยดัง) ล้วนทุกข์ทรมานกับการสอบ..อย่างแสนสาหัส และในบทสุดท้าย บางคนก็จะพบกับความสมหวัง แต่บางคนก็จะพบกับความผิดหวัง  จนบางครั้งผมแอบคิดในใจว่า "หากพวกเธอคิดเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยไหนก็ได้...ที่ไม่จำเป็นต้องยอดนิยม  ก็คงไม่ต้องเครียดกันถึงขนาดนี้"
 
และสิ่งที่ลูกสาวผมต้องตัดสินใจก็คือ ข้อ 2 หากตัดสินใจเรียนที่ ม.เกษตรศาสตร์ แล้ว..เขาจะตัดสิทธิ์ยื่นแอดมิชชั่นกลางทันที ..สิ่งที่ดีก็คือ ความเครียดทั้งมวลของลูกสาวก็จะหายไปในทันที....
 
แต่มันยังไม่ใช่สิ่งที่ลูกสาวผม "ชอบที่สุด"  มันอาจจะเรียกว่าแค่ "ชอบ"  ก็ได้....เธอยังอยากลองที่จะสู้และพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งใน กสพท. และแอดมิชชั่นกลาง...เพื่อจะตามหาสิ่งที่เธอชอบที่สุด...ดังนั้นการตัดสิทธิ์ยื่นแอดมิชชั่นกลาง...จึงไม่ยุติธรรมต่อเธอเลย.... (แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเธอได้อย่างไร) 
 
พฤติกรรมของลูกสาวและเพื่อนๆ ของเธอ ที่ผมเล่ามานี้ อาจจะสะท้อนอะไรได้หลายอย่างในระบบการศึกษาไทย อาทิ
  • การเรียนในโรงเรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นักเรียนไม่สามารถสอบแข่งขันเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐ ได้ จึงต้องอาศัยการเรียนกวดวิชาเพิ่มเติม
  • คุณภาพของการศึกษาของแต่ละสถาบัน มีความแตกต่างกัน
  • ครู อาจารย์ ที่สอนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ยังขาดความสามารถในการสอนเพื่อสอบแข่งขันเข้าเรียนต่อ ส่งผลให้นักเรียนต้องหันไปกวดวิชาเพิ่มเติมเอาเอง
  • ผู้ปกครองที่มีเงิน มีโอกาสที่จะส่งลูกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐ มากกว่าผู้ปกครองที่ไม่มีเงิน
  • ฯลฯ

สุดท้ายผมขอเป็นกำลังใจให้ลูกสาวของผม เพื่อนๆ ของเธอ และเด็ก ม.6 ทั่วประเทศทุกคน
ฝันให้ไกล ไปให้ถึง

เขียนโดย
จุฑาคเชน : 1 ก.พ.2554


Credit   http://chantrawong.blogspot.com/2011/02/blog-post.html

  1. ความเห็นยอดนิยม

  2. xyz2222
    22/04/2554 09:13 | 5
    จากที่อ่านมานะครับ ผมขอสรุปตามความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ
    1. คนเรามีคณะในฝัน(ชอบที่สุด) แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เรียนคณะในฝัน
    2. การตัดสิทธิ์แอดมิชชั่นกลาง ดีแล้วครับ เพราะจะได้ไม่มีการกันที่เหมือนในปัจจุบัน ของรับตรงหลายๆที่ ยกตัวอย่างเช่น ติดวิศวะ จุฬา วิศวะ เกษตร วิศวะ ลาดกระบัง ถ้าไม่ตัดสิทธิ์แอดกลาง ก็กันที่กันสนุกเลยสิครับ
    3. การเลือกรับตรงเป็นการตัดสินใจอย่างนึงนะครับ ว่าคุณกล้าพอจะเสี่ยงกับคณะที่คุณรักหรือปล่าว มันอาจจะทำให้คุณเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นด้วย
    4. ความเครียดมันมีทุกคนแหละครับ ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องอะไร ไม่ใช่เพียงแต่ แอดมิชชั่นหรอกครับ แม้ว่าพวกเด็กแว๊น ก็คงมีความเครียดเหมือนกันแหละครับ อยู่ที่คนมองมากกว่า
    สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนสมหวังในแอดมิชชั่นกลางครับ

8843

เข้าชม

31

ตอบกลับ

ชีวิตของเด็กมัธยมปลาย

โพสต์เมื่อ 22/04/2554 09:03 | 2
กดไลค์ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
โพสต์เมื่อ 22/04/2554 09:13 | 5
จากที่อ่านมานะครับ ผมขอสรุปตามความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ
1. คนเรามีคณะในฝัน(ชอบที่สุด) แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เรียนคณะในฝัน
2. การตัดสิทธิ์แอดมิชชั่นกลาง ดีแล้วครับ เพราะจะได้ไม่มีการกันที่เหมือนในปัจจุบัน ของรับตรงหลายๆที่ ยกตัวอย่างเช่น ติดวิศวะ จุฬา วิศวะ เกษตร วิศวะ ลาดกระบัง ถ้าไม่ตัดสิทธิ์แอดกลาง ก็กันที่กันสนุกเลยสิครับ
3. การเลือกรับตรงเป็นการตัดสินใจอย่างนึงนะครับ ว่าคุณกล้าพอจะเสี่ยงกับคณะที่คุณรักหรือปล่าว มันอาจจะทำให้คุณเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นด้วย
4. ความเครียดมันมีทุกคนแหละครับ ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องอะไร ไม่ใช่เพียงแต่ แอดมิชชั่นหรอกครับ แม้ว่าพวกเด็กแว๊น ก็คงมีความเครียดเหมือนกันแหละครับ อยู่ที่คนมองมากกว่า
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนสมหวังในแอดมิชชั่นกลางครับ
โพสต์เมื่อ 22/04/2554 09:36 | 0
หนูก็คล้ายๆแบบนี้แหละคะ
ตอนสอบตรงไม่ได้ในคณะที่ชอบ แต่ได้อีกคณะนึง [ไม่ได้อันดับ 1 แต่ได้อันดับ 2]
เราก็นอยไปเอง กลัวจะไม่ได้ที่เรียน  ก็ไปยืนยันสิทธิ์ไว้
แต่เราก็คิดแล้วคิดอีก ว่าเราไม่ได้ชอบคณะนี้เลย มันไม่ใช่เรา
ก็เลยไปสละสิทธิ์เพื่อแอด
จากนั้นเราก็ตั้งใจอ่านหนังสือให้หนักกว่าเดิม
พยายามสอบ ONET GATPAT เพราะมันคือโอกาสเดียวที่เรามี
ผลสอบออก เราก็พอใจ เพราะเราได้ทำเต็มที่แล้ว
ตอนนี้ก็รอผลการคัดเลือกออกเท่านั้น อีกไม่กี่วัน
ม.6 ทุกคนก็คล้ายๆกัน สู้ๆนะคะ
โพสต์เมื่อ 22/04/2554 09:42 | 1
1. ค่าเรียนกวดวิชา - - -  การเรียนกวดวิชาไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการแก้ปัญหาเรียนไม่รู้เรื่องหนิครับ และในเมื่อคุณเลือกที่จะเดินทางนั้นซึ่งสะดวก-เร็ว เหมือนอาหารfast food คุณก็ต้องจ่ายแพงเป็นธรรมดา
2. ค่าสมัครสอบ GAT PAT - - - ผม NO COMMENT
3. ค่าหนังสือ - - - เป็นเรื่องปกติมากๆที่เราจะมีหนังสือหลายเล่มไว้ใช้ในการค้นคว้าข้อมูล ยังดีกว่าที่เราจะเอาเงินไปซื้อของที่ไม่จำเป็น ไม่ใช่หรอครับ
4. ค่าสอบตรง - - - เขาไม่ได้บังคับคุณว่าต้องสอบทุกอย่างหนิครับ และผมคิดว่า "คุ้ม" กับการที่คุณจะเสียเงินจำนวนหนึ่งเพื่อแลกอนาคตกับความเครียดที่จะกังวลในแอดกลาง ไม่ใช่หรอครับ

สำหรับความเครียดทั้งหลายทั้งปวง ทำไมหลายๆคนไม่มองย้อนกลับละครับ ผมคิดว่าเล็กน้อยมาก เพราะผมเชื่อว่า เมื่อโตขึ้นต้องเจอหนักกว่านี้

^0^ ขอบคุณครับ
โพสต์เมื่อ 22/04/2554 10:12 | 0
1.ถ้าการสอนในโรงเรียนมันดี ก็ไม่จำเป็นต้องเรียนกวดวิชาหรอก... แต่จะไปว่าคนเรียนก็ไม่ถูกเหมือนกันนะ เพราะมองในอีกมุม จะเห็นว่าเป็นการเปรียบเทียบอย่างชัดเจน โดยคนสอนคนเดียวกัน คนรับแต่ละคนได้มากน้อยแค่ไหน สอบออกมาก็รู้ผล 
จริงๆการศึกษาไทยไม่ต้องคิดมาก จัดมาตราฐานเดียวกันหมดเลย ถ้าอยากให้เด็กได้ความรู้เท่าๆกันนะ ก็ไปขอซื้อลิขสิทธิ์การสอนของกวดวิชาดังๆ เปิดทีวีในโรงเรียนไปเลย ไม่ก็ถ่ายทอดสดเอา รับรองมาตราฐานเดียวกัน สอบวัดผลออกมาก็รู้เอง ทรัพยากรก็ใช้น้อย แถมยังได้ประสิทธิภาพอีกต่างหาก*-*
โพสต์เมื่อ 22/04/2554 12:05 | 0
กด Like กดจนคอมฯค้างไปโลด คิดไปคิดมาก็น่าหดหู่ใจกับระบบการศึกษา(ไทย)เดะ!!!
โพสต์เมื่อ 22/04/2554 12:22 | 1
ใครว่าเรียนพิเศษไม่สำคัญ ผมขอให้ยกตัวอย่างมาสัก 1 คน
ขอคนเดียวที่ไม่เคยเรียนพิเศษ แล้วสอบติดแพทย์ ทันตะ

ขนาด o-net gat pat เด็กยังร้องว่าออกนอกตำราเรียนเลย
โพสต์เมื่อ 22/04/2554 12:33 | 0
มีนะครับ พวกไม่เรียนพิเศษ แต่อ่านหนังสือ ตั้งใจอ่านหนังสือเองจริงๆ แต่เขาคนนั้นคงต้องหัวดีมากๆ ใฝ่เรียนสุดๆอะคับ กวดวิชาไม่ใช่ทางออกสุดท้ายจริงๆครับ
โพสต์เมื่อ 22/04/2554 13:21 | 1

แผ่นฟ้ากว้าง เขาสูงใหญ่ยังเคยข้าม
ฝันงดงามถามหน่อยเคยข้ามไหม
ไปยังฝั่งที่ตั้งฝันอันแสนไกล
แต่สุดท้ายก็ได้ฝันนั้นมาครอง
 
cheekycheekycheeky
 

โพสต์เมื่อ 22/04/2554 13:27 | 0
ประเทศอื่นๆ เค้าจะเรียนกันแบบนี้บ้างมั๊ยเนี่ย  เฮ่ออออออออ

เรียนแข่งกัน มันเทรนด์รึไงนะ
โพสต์เมื่อ 22/04/2554 14:26 | 0
การเรียนพิเศษ เหมือนถูกจูงจมูกให้คิดตามติวเตอร์ คิดเองไม่เป็น

คิดแค่อยู่ในกรอบ ทำให้ไม่สามารถผลิตบุคคลากร เช่นนักวิทยาศาสตร์ ระดับโลกได้

เชื่อหรือครับ ว่า ไอพวก ไอสไตน์ นิวตัน แมกซ์เวล และอีกมากมาย มันจะไม่โกหกเรา

เราต้องคิดทฤษฏีขึ้นมาใหม่สิครับ
โพสต์เมื่อ 22/04/2554 15:32 | 0

โดให้ตายเหอะโรบิ้นนน


เดี๋ยวนี้ แค่ในห้องคงไม่พอจริงๆ

การศึกษาไทยนี่มัน............

เห้ออออ

โพสต์เมื่อ 22/04/2554 16:17 | 0

ขนาดเด็กที่เรียนอยู่โรงเรียนรัฐบาลชื่อดัง
ยังเรียนกวดวิชา ทุกๆวิชาเลย

ซึ่งเด็กในเมื่อกรุง(ส่วนมาก)มีกิจวัตรที่สำคัญหลังเลิกเรียน
ก็คือการกวดวิชา บลาบลาบลา

เด็กในเมืองเครียดแค่ไหน เราว่านะ
เด็กต่างจังหวัดเครียดกว่าหลายเท่า

สำหรับ จกท. นะค่ะ
ลูกคุณเก่งมากแล้วที่สามารถทำได้ขนาดนี้
แต่คุณต้องเข้าใจคนที่เขายังไม่มีที่เรียนด้วย
จะไม่ให้ตัดสิทธิ์เนี่ย คงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ
ถ้าคุณคิดในทางกลับกันว่า
คุณยังไม่มีที่เรียนเลย ยังไม่ติดอะไรเลยล่ะ?
คุณก็คงจะต้องต่อต้าน พวกเพื่อเลือกเหมือนกันล่ะค่ะ :)

โพสต์เมื่อ 22/04/2554 18:13 | 0
ผู้ปกครองที่มีเงิน มีโอกาสที่จะส่งลูกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐ มากกว่าผู้ปกครองที่ไม่มีเงิน
ผู้ปกครองที่มีเงิน มีโอกาสที่จะส่งลูกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐ มากกว่าผู้ปกครองที่ไม่มีเงิน
ผู้ปกครองที่มีเงิน มีโอกาสที่จะส่งลูกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐ มากกว่าผู้ปกครองที่ไม่มีเงิน

ผู้ปกครองที่มีเงิน มีโอกาสที่จะส่งลูกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐ มากกว่าผู้ปกครองที่ไม่มีเงิน

ชอบข้อนี้จัง ><

โพสต์เมื่อ 22/04/2554 19:24 | 0
นี้คือชิวิตที่ทุกคนจะได้เจอไม่ว่าจะเร็วหรือช้า ????
 เราจงใช้ความทุกและความสุขก็จะตามมา
แต่ถ้าเราใช่ความสุขจงเตียมใจไว้เลยว่าจะต้องทุกกกกกอย่างแน่นอนนนน
โพสต์เมื่อ 22/04/2554 20:32 | 0
ห้องเรียนจะตีกรอบความคิดเรา มองให้กว้าง มีอะไรอีกเยอะ
โพสต์เมื่อ 23/04/2554 01:23 | 0
กวดวิชาเป็นทางเลือกหนึ่งมากกว่า คนส่วนใหญ่เรียนกวดวิชาเพราะไม่ถนัดด้านนั้นๆ เลยเรียนเพื่อพัฒนาตนเองให้ทันคนที่เก่งกว่า บางครั้งเรียนในห้องไม่เข้าใจก็ต้องอาศัยกวดวิชาเพิ่ม 

โพสต์เมื่อ 23/04/2554 13:43 | 0
กระทืบLikeเลยครับ
โพสต์เมื่อ 23/04/2554 15:58 | 0
ก้ว่างั้ลเเหละ เฮ้อ....เมื่อยๆๆๆๆๆ
โพสต์เมื่อ 23/04/2554 16:16 | 0
ต่อไปก็คงถึงทีเราแล้วสินะ...surprisesurprise
2555 นี่ จะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้...injectinjectinject
โพสต์เมื่อ 23/04/2554 16:49 | 0
เอางี้ ให้ครูสอน คนเดียวทั้งประเทศ สอนทางวีดีโอเอา มาตฐานเดียวกัน
แล้ว ครูคนไหนที่ไม่ตั้งใจสอน เอาเวลาไปทำ อาจาน3 วิทยฐานะ เลียก้นผู้บริหาร
ไล่มันออก ออกข้อสอบควรจะออกที่ วีดีโอสอน ส่วนครูที่ดีๆ ก็มีไว้ให้คำปรึกษา นร. จ้างครูมาทำไม สอนผ่าน วีดีโอเลย ประหยัด มาตฐานเดียวกัน จบ

(ขอโทษที่ใช้ภาษาไทยไม่ถูกบ้าง)
(ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ ร.ร.ไม่ต้องมีดีกว่า เอาเงินไปเข้าคอสเรียนพิเศษ ดีกว่าอีก)
(มีอีกเยอะ อารมขึ้น)
(เกลียดระบบการศึกาไทย)
โพสต์เมื่อ 24/04/2554 19:56 | 2
เราก็เป็นผู้ปกครองเช่นกัน แต่ลูกติดแพทย์แล้ว ตามที่คุณจุฑาคเชนเขียนไว้นั้น เป็นความรู้สึกเดียวกัน การศึกษาไทยมีใครตอบได้ ถ้าไม่กวดวิชาแล้ว
1. แพทย์ ขอนแก่นสอบประมาณต้นเทอมแรกของ ม.6
2. SMART 1 สอบเป็นระยะ ( ลูกสอบได้แต่สละสิทธิ์ 69.9 ) สอบประมาณปลายเทอม แรก ม.6
3.ม.ศิลปากร ( คณะวิศวะกรรม ) สอบเทอมแรก ม.6 ( ลูกสอบติดแต่สละสิทธิ์)
4. แพทย์ กสพท.สอบก่อนสอบเทอม 2 ม.6 ซึงความถนัดสอบไปแล้ว ( ลูกได้ 19 )
อยากถามว่าถ้าเด็กไม่เรียนพิเศษจะเอาความรู้ที่ครบถ้วนจากที่ไหนไปแข่งขัน ถ้าจะแก้คงจะต้องแก้ที่จิตสำนึกของอาจารย์ที่สอน ว่าเด็กที่มาเรียนหนังสือกับคุณครูด้วยความเบื่อหน่าย ในความนอกเรื่อง ไร้สาระ เอาเรื่องส่วนตัวมาเล่า หรือใช้อารมย์ในการสอน แต่ในเวลาเดียวกันเด็กมีความกระตือรือล้นไปเรียนพิเศษตื่นแต่เช้ายอมเสียเงินมากมาย ต้องโหนรถเมล์ตากแดดตากฝนเพื่อเข้า กทมไปหาความรู้ที่แสนจะแพงให้อนาคตตนเอง แต่เมือเด็กติดณะดี รร. ยืดอกว่าเด็กของเรา อยากให้อาจารย์ได้ทบทวนตนเองบ้างว่าเคยหาข้อสอบให้เด็กฝึกทำ หรือมีความตั้งใจสอนให้ความรู้แก่เด็กอย่างเต็มความสามารถหรือยัง การศึกษาไทยจะดีกว่านี้
โพสต์เมื่อ 25/04/2554 09:05 | 3
อยากให้มีใครมาปลูกจิใต้สำนึกการเรียนให้เด็กไทยใหม่ รื้อระบบการศึกษาไทยใหม่หมด เอาไอ้พวกกวดวิชาออก
พวกคุณรู้รึเปล่าที่เมืองนอก(ยุโรป)ไม่มีเรียนพิเศษบ้าบอคอแตกอะไรอย่างนี้หรอก เขามีเวลาที่จะพักผ่อนมากกว่าเด็กไทย พ่อแม่เค้าก็ไม่เครียด เด็กก็ไม่เครียด ประเทศพวกเขาถึงเจริญกว่าประเทศไทยไง ตอนนี้ผมก็กำลังม.6 ก็เรียนแบบว่า
เหมือนกับที่เรียนพิเศษเป็นโรงเรียนไปแล้วอะ
สุดท้ายนี้ผมขอกด"LIKE" ให้กับTopic นี้
ผมหวังว่าในอนาคตระบบการศึกษาไทยจะเปลี่ยนangrymadangryhimistake
โพสต์เมื่อ 01/06/2554 17:41 | 0
ตอบคุณ boon44

"ใครว่าเรียนพิเศษไม่สำคัญ ผมขอให้ยกตัวอย่างมาสัก 1 คน
ขอคนเดียวที่ไม่เคยเรียนพิเศษ แล้วสอบติดแพทย์ ทันตะ

ขนาด o-net gat pat เด็กยังร้องว่าออกนอกตำราเรียนเลย"

http://www.lsr.nectec.or.th/index.php/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A5_%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2

 
พี่คนเนี่ย ไม่เคยเรียนพิเศษ สาบานได้!
ไม่ได้สอบติดแพทย์ ทันตะหรอกนะ ก็แค่ได้ทุน พสวท.
ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 เกรดเฉลี่ย 3.98
ตอนนี้ต่อโทที่ญี่ปุ่น

คนที่เก่งจริงๆ ไม่จำเป็นต้องเรียนพิเศษเสมอไป
โพสต์เมื่อ 09/02/2555 20:42 | 0
จริงๆแหละ :(
โพสต์เมื่อ 19/02/2555 00:58 | 0
มันก็ตรงอยู่มากน่ะ!!!

เเต่การที่จะสอบติดคณะดีๆ เนี่ยบางคนไม่ออกไปติวข้างนอกเรย

เเต่ขยันซื้อหนังสือมาอ่านเองก็สอบได้คณะดีๆ มหาวิทยาลัยดีๆได้

ต่างกับบางคนเรียนๆๆๆๆ เเทบตายก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้น

บางทีเห็นออกไปเรียนกวดวิชาก็จริง เเต่ไม่ได้เอาอะไรกลับมาเลยก็มี

สักเเต่ว่ากูมีตังค์ออกไปเีรียนกับอาจารย์ดังๆ

นี่ล่ะสังคม สอบไม่ติดก็โทษตัวเองดีกว่า

หรือไม่ก็ไปบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอา
โพสต์เมื่อ 20/02/2555 22:13 | 0
เพื่อนเราเอง ทางบ้านฐานะไม่ค่อยดี เรียนที่โรงเรียนยังต้องกู้กยศ. ไม่เคยไปเรียนพิเศษเลยสักกะที่เดียว แม้แต่จ้างให้ครูมาสอนแบบไม่ต้องไปกวดวิชาตามเทปยังไม่มี อ่านเองทั้งหมด รับตรงติดทั้งศิริราชและจุฬา กสพท.เองติดจุฬา แตjอยากเอาศิริราชเลยรับตรงไป นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของคนที่ไม่เรียนพิเศษเลยแต่ก็ติดได้ แต่ถ้าไปเรียนแล้วมันเป็นหลักประกันว่าอย่างน้อยเราก็มีความรู้พอๆกับคนอื่นก็ไปเรียนเถอะ เพราะว่าเพื่อนคนนี้เป็นคนที่ฉลาดมาก แบบว่าสติปัญญาเขาอยู่ในระดับสูงเลยก็ว่าได้ (มีอ.ดูดวงเป็นมาดูตัวเลขวันเกิดให้เขาบอกมาอย่างนี้ อ.เขาบอกด้วยว่าอยากติดอะไร อยากได้อะไร ทำให้เต็มที่แล้วจะได้ ก็ได้จริงๆ แต่ต้องอาศัยทั้งปัญญาของเขาและความขยันเข้ามาด้วย) เพราะฉะนั้นเราไปเรียนน่ะก็ดีแล้ว แต่ต้องแบ่งเวลาให้ดี ไม่ใช่มากไป ต้องขยันอ่านเองด้วย
โพสต์เมื่อ 01/03/2555 21:47 | 0
เด็กต่างจังหวัด ลำบากกว่า เยอะ


smile  ยังไม่ค่อยจะเครียด เลย
โพสต์เมื่อ 22/03/2555 09:33 | 0
เราก็เป็นคนนึงที่สอบรับตรงหลายที่นะ แต่ไม่เคยสอบดะ สอบมั่ว สอบวัดความรู้เล่นๆ เราสอบเพราะ เราอยากจะเข้าจิงๆ แต่ไม่ติด.. ซักที่
เพื่อนเราหลายคนที่ติด บางคนสอบเหมือนประดับบารมีว่าฉันเก่ง สอบติดหลายที่ไรงี้ เรารู้สึกว่า ทุเรศนะ พฤติกรรมแบบนี้
**เฮ้ออ ชั่งเถอะ ว่าไม่ได้ เราโง่นิ
โพสต์เมื่อ 23/03/2555 02:52 | 0

การศึกษาไทย เฮ้ออ~

โพสต์เมื่อ 11/04/2555 22:45 | 0
อยากไปเรียนต่างประเทศเบื่อประเทศไทยครับ ตัดสินใจช้าไปหน่อย จน ม. 6 เเล้วเเย่มาก เศร้า เบื่อการศึกษาไทย ไร้สาระ