5 ปีที่รอ...จิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์

มหาวิทยาลัยศิลปากรของเราได้รับการยกย่องว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งศิลปะ ศิลปินที่สำคัญหลายท่านได้กำเนิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ในแต่ละปีจึงมีนักเรียนจำนวนมากที่ใฝ่ฝันอยากจะเข้ามาเป็นลูกศิลปะ เป็นลูกของอ.ศิลป์ พีระศรี ภายในรั้วสีเขียวเวอริเดียน แต่...กว่าจะก้าวเข้ามาเป็นนักศึกษาคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ได้นั้น คำว่าฝีมือ อย่างเดียวก็คงไม่พอ จะต้องมีความมุ่งมั่นพยายามเป็นอย่างมาก

วันนี้ zest-su จะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับหนุ่มจิตรกรรม ผู้มีหัวใจแน่วแน่และมุ่งมั่นจนสามารถสร้างฝันของตัวเองสู่การเป็นนักศึกษาคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ได้ ซึ่งแม้ว่าการเดินทางของเขาจะใช้เวลานานเท่าไหร่ แต่วันนี้เขาก็ทำได้แล้ว...

แนะนำตัวกันก่อน

สวัสดีครับ ชื่อจ่ามงกุฎครับ เรียนจิตรกรรม ปี 1

ได้ธงรุ่นรึยังเอ่ย

ได้แล้วครับ (ยิ้ม)

เข้ามาเป็นน้องใหม่คณะจิตรกรรมเป็นยังไงบ้าง

ดีมากครับ แต่ว่าจะลำบากตอนซ่อม ส่วนการเรียน อาจารย์ใจดีมากครับ แต่ตอนซ่อมไม่ค่อยได้ส่งงานเพราะ ซ่อมดึก แต่อาจารย์ก็เข้าใจครับ

ถ้าพูดถึงรุ่นพี่...

รุ่นพี่ตอนซ่อมกับหลังซ่อมแตกต่างกันมากๆๆเลยครับ อย่างกับคนละคน (หัวเราะ)

คนที่เรียนศิลปะหลายต่อหลายคนไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว จ่าเจอปัญหาแบบนี้หรือเปล่า

จริงๆ ที่บ้านไม่อยากให้เรียนศิลปะครับ ตอนแรกเอ็นทรานซ์เข้าเรียนคณะวิทยาศาสตร์ที่ศิลปากรนี่แหละ แต่ผมไม่ไปเรียน ที่บ้านก็ไม่เคยรู้เลย หลังจากนั้นจ่าโดนรีไทร์ ก็สอบใหม่เข้าเรียนที่วิทยาศาสตร์ที่เดิม จ่าก็ไม่ไปเรียนอีก ก็โดนรีไทร์อีกรอบ พ่อแม่ก็เลยเรียกกลับบ้านครับ แต่เค้าก็ไม่ยอมให้จ่าสอบเข้าจิตรกรรม ก็เลยได้อยู่บ้าน

ท่านโกรธหรือเปล่าที่เราทำแบบนี้

เค้าไม่ได้โกรธเราครับ แต่เค้าเสียใจมากกว่า

ทำยังไงท่านถึงยอมให้สอบ

ถึงเวลาเค้าก็ให้สอบครับ

รอมานานแค่ไหนกว่าที่บ้านจะยอมให้สอบ และได้มาเป็นเด็กคณะจิตรกรรม ได้เรียนศิลปะตามที่ตัวเองชอบ

ใช้เวลา 5 ปี ครับ

5 ปี นับว่าเป็นเวลาที่นานมาก อะไรทำให้เรามีความมุ่งมั่นขนาดนี้

ชอบวาดรูปครับ จริงๆ ตอนแรกจะบอกว่าชอบก็ไม่ได้ เพราะไม่เคยวาด แต่จ่าชอบภาพวาด พอเห็นภาพวาดแล้ว รู้สึก... หัวใจมันเต้นแรง ครับ

แรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้จ่ามีวันนี้ได้

อาจารย์ไพโรจน์ครับ เป็นผู้ที่ช่วยคุยกับคุณแม่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้จ่าได้มีโอกาสมาสอบครับ

มีการเตรียมตัวก่อนสอบยังไงบ้าง

มีการเตรียมตัว 1 อาทิตย์ก่อนสอบครับ ตอนนั้นต้องไปนอนที่บ้านอาจารย์เลย ฝึกเยอะมากครับ

ณ วินาที ที่ทราบว่าเราสอบติดคณะจิตรกรรมแล้ว รู้สึกยังไง

ไม่รู้สึกอะไรเลยครับ ไม่ดีใจ ไม่ตื่นเต้น เพราะถึงแม้ถ้าครั้งนี้จ่าสอบไม่ติด จ่าก็จะสอบใหม่อยู่ดี สอบใหม่เรื่อยๆ จนกว่าจะติด พ่อกับแม่ก็คงงงนะครับ ว่าทำไมเราไม่ดีใจ สงสัยว่าเราจะเอายังไงกันแน่

สอบติดแล้วทำไมไม่รู้สึกดีใจหล่ะ

จ่าอยากเข้ามาทำงานศิลปะครับ ไม่ใช่แค่การเอ็นท์ติด

ตอนนี้ได้ทำงานศิลปะดังที่หวังไว้แล้ว รู้สึกยังไงบ้าง

สมหวังแล้วครับ (ยิ้ม) มีความสุขกับคณะนี้มากๆ มีความสุขกับทุกวันที่มาที่คณะ รู้สึกดีมากๆ เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนรู้จักกันหมด คอยดูแลเราเป็นอย่างดี

 \\\\\\\\\\\\

อ.ศิลป์ พีระศรี ผู้เป็นดั่งแรงบันดาลใจทางด้านศิลปะ จ่าก็เป็นอีกคนหนึ่งที่นับถือท่าน

ตอนที่ซ่อมเราจะนั่งกันที่หน้าลาน เมื่อนั่งอยู่ จ่าจะชอบมองไปที่รูปของอาจารย์ครับ ชอบอ่านเกี่ยวกับบทความของอาจารย์ รู้สึกได้ว่าท่านทำงานด้วยชีวิต เมื่อนึกถึงอาจารย์ครั้งใด จ่าจะนึกถึงบรรยากาศค่ำๆ ขมุกขมัว แต่ว่า...มีความสุข

ถ้าเปรียบเทียบตัวเองกับอะไรบางอย่าง จ่าคิดว่าตัวเองจะเป็นอะไร

จริงๆ ไม่ชอบคำถามแบบนี้เท่าไหร่ (หัวเราะ) เพราะว่าไม่ชอบพูดถึงว่าตัวเองเป็นยังไง หรือพูดถึงว่าคนอื่นเป็นยังไง จ่าว่าใครจะเป็นยังไงก็แล้วแต่ เพราะมันคือ “ตัวของตัวเอง” เราไม่สามารถจะบอกว่าใครดีหรือไม่ดีได้ จ่าไม่ได้คิดว่าใครเป็นยังไง แต่จริงๆ มันก็ไม่ดีนะครับ เช่น ถ้าเราเห็นเพื่อนทำในสิ่งที่ไม่ดีก็ควรจะบอก เตือนไม่ให้เค้าทำ แต่จ่าก็คงใช้วิธีให้คนอื่นไปบอกแทนครับ

เพื่อนๆ ที่คณะเป็นยังไงบ้างคะ

เพื่อนๆ เจ๋งกันทุกคนเลยครับ ไม่มีใครที่แบบว่ามองแล้ว.. เฮ้ย ไม่มีอะไร หรือจำไม่ได้

ฝากบอกอะไรถึงเพื่อนๆ พี่ๆ บ้าง

ฝากบอกว่า เวลาที่มาเรียน จ่ามีความสุขมาก มีความสุขตลอดเวลาที่เห็นหน้าเพื่อน เห็นหน้าพี่ รู้สึกดี รู้สึกว่าตัวลอยตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าลอยแบบหยิ่งอะไรแบบนั้นนะครับ แต่ว่าลอยแบบ..มีความสุข แล้วก็ฝากขอบคุณอาจารย์ด้วยนะครับ ขอบคุณอ.ไพโรจน์ วังบอน และ อ.บุญเจิด เม่นหรุ่ม ที่ช่วยสนับสนุนจ่าตลอดมาครับ

ฝากถึงน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้าคณะจิตกรรมหน่อยค่ะ

สอบให้ติด แล้วมารู้เอง

มีอะไรฝากบอกถึงเพื่อนๆ ชาวศิลปากรหรือเปล่า

รักษาสุขภาพดีๆ นะ

สุดท้าย... ศิลปากรคืออะไร (คำถามที่ไม่สามารถหาคำตอบได้)

ศิลปากรคือเพื่อนผม..ครับ

 

เห็นแบบนี้แล้ว ต้องขอปรบมือดังๆ ให้กับความพยายามของจ่ามงกุฎค่ะ สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังพยายามตามล่าหาความฝันของตัวเองอยู่ ก็อย่าท้อถอยนะคะ zest-su ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

 

สัมภาษณ์ : จุ๋งจิ๋ง

ภาพ : เก่ง

ประสานงานและกราฟฟิก : อีฟ

Credit zest-su.com

2631

เข้าชม

10

ตอบกลับ

5 ปีที่รอ...จิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์

โพสต์เมื่อ 16/11/2009 19:22 | 0

โห้ พี่ แน่นอนจิงๆ

โพสต์เมื่อ 22/11/2009 15:40 | 0

Wow

 

พี่รักศิลปะจริงๆ

 

:))

โพสต์เมื่อ 13/12/2009 22:45 | 0

อยากเปนแบบพี่จัง

 

โพสต์เมื่อ 07/02/2010 20:11 | 0

สุดยอดไปเลยพี่!!

 

ถ้าอยากเรียนแบบพี่ ต้องทำไงอ่ะ

แล้วใช้วิชารัยบ้างสอบเข้าค่ะ

^ ^

 

โพสต์เมื่อ 23/02/2010 16:05 | 0

อยากเรียนด้วยอ่ะ

 

โพสต์เมื่อ 07/03/2010 19:15 | 0

คุณแน่มากคับจ่ามงกุฎ(ผมรู้จักคุณแต่คุณคงไม่รู้จักผม)

ผมขอเล่าเรื่องราวของผมลงไว้ ณ ที่แห่งนี้นะคับ

ไม่ได้หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจรึเกิดแรงกระตุ้นใดๆหากจะเป็นก็ขอร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ชอบและจะเดินเส้นทางนี้ต่อไป

.....ผมหลงรัก"ศิลปากร"นับตั้งแต่ได้รู้จักชื่อนี้สมัยมัธยม(เด็กบ้านนอก) โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีขนาดพื้นที่เล็กกว่าสนามฟุตบอลเสียอีก และเมื่อได้ย่างก้าวเข้ามาในรั้ว(วังท่าพระ)ยิ่งทำให้หลงรักมากขึ้น ไม่ว่าจะก้อนหิน ดิน กรวด ใบหญ้า สวนแก้ว ต้นไม้ ตึก โต๊ะ ก้าวอี้ แม้แต่ถังขยะก็ตามเกิดความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

สิ่งที่อยู่ในรั้วแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตล้วนแตกต่างจากข้างนอกเป็นอย่างมากเพียงแค่รั้วกั้น

และเมื่อได้มาสัมผัสกับกลิ่นอายศิลปากรแล้วจึงเกิดความกระหาย อยากมาใช้ชีวิตในรั้วแห่งนี้มากขึ้น

เป้าหมาย..ไม่ใช่เพียงแค่ใบปริญญาใบนึงเท่านั้น  แหกแต่เป็นช่วงเวลา5ปีที่จะได้ใช้ชีวิตเรียนรู้โลกของศิลปะ ได้ใช้ชีวิตในคณะจิตรกรรม ภายในรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากรแห่งนี้ เรื่องราวของสองข้างทางนี้ต่างหากที่เป็นประเด็นหลักที่อยากค้นหาและเรียนรู้

 

......ย้อนไปเมื่อปี49.... ได้เข้าเรียนศิลปะ ณที่แห่งนี้อีกครั้งในการอบรมสีน้ำ รุ่นที่ 15 จึงเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้อยากเข้ามาเป็นอย่างมาก

จึงค้นคว้าหาข้อมูลจากส่วนต่างๆ...และนี้คือจุดเริ่มต้น....

 4 ปี ที่สอบ....

เริ่มจาก......ปี2550.....เป็นปีแรกที่สอบ..ไม่ได้หวังมากแต่ส่วนลึกแล้วอยากมีชื่อรวมอยู่ในรายชื่อผู้สอบผ่าน...ผลปรากฏว่า "เกือบติด" ความรู้สึกตอนนั้น

        งง....เป็นไปได้ไงเกือบสอบได้(ทั้งๆที่เราทำอะไรลงไปไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยในส่วนของข้อสอบ)ถ้าความคิดตอนนี้กับงานที่สอบชิ้นนั้น..มันคงจะออกมาจากข้างในโดยที่เราไม่รู้ตัว

         เศร้า...อีกนิดเดียว...นิดเดียวเองก็ถึงชื่อเราแล้วเพราะทางคณะรับ52ผมได้55 จากที่ไม่เสียดายพอทราบอันดับกลับเซ็ง

         แต่....ได้เรียนรู้ว่าเราไม่ได้เต็มที่กับมัน จึงไม่สมควรที่จะได้รับชัยชนะนั้น...สมควรแล้ว

2551...ปีต่อมา...รู้แนวทางเกิดความคาดหวังอีกระดับนึงขึ้นมา ย้อนไปถึงข้อสอบปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และต้องทำยังไงในปีนี้ คิดว่าปีนี้ติดแน่เพราะปีที่แล้วทำข้อสอบโดยมั่วๆแต่ผลเกือบได้..เกินคาดมาก

และ.....ก็เป็นอีกปีที่ไม่มีชื่อของตัวเองอีกครั้ง 

         งง....ยิ่งงง..พลาดตรงใหน อะไรยังไง

         เสียใจ....มากเพราะคาดหวังพอสมควร

          เศร้า.....เป็นอย่างมาก ....ทำไม.......ได้แต่ถามตัวเอง

          แต่.....ได้เรียนรู้ว่าเรายังไม่สมควรที่จะได้รับชัยชนะนั้นในตอนนี้เพราะปีนี้ก็เหมือนปีที่แล้วที่ไม่ได้ให้เวลาและทุ่มเทกับมันอย่างเต็มที่เลย...สมควรแล้วที่ไม่ได้....สมควร...

2552....ปีที่สาม...รู้แนวทางเกิดความคาดหวังมากกว่าเดิมอีกเท่าตัว ผ่านสนามสอบมาแล้วถึงสองหนแทบจะหลับตาเดินเข้าห้องสอบได้เลย...แต่แล้ว.....ก็เป็นอีกปีที่ไม่มีชื่อตังเองอีกตามเคย

          งง...มันอะไรกันแน่...เกิดคำถามมากมาย

        เสียใจ...มาก..มากกว่าเดิมหลายเท่า..และจะยังไงต่อ.

         แต่.....ได้เรียนรู้ว่าเรายังไม่สมควรที่จะได้รับชัยชนะนั้นในตอนนี้เพราะปีนี้ก็เหมือนปีที่แล้วที่ไม่ได้ให้เวลาและทุ่มเทกับมันอย่างเต็มที่เลย...สมควรแล้วที่ไม่ได้....สมควร...

2553..ปีที่สี่...เรียนรู้ตัวเองมากขึ้น  ให้เวลากับมันมากขึ้น ทุ่มเทมากขึ้น  จริงจังมากขึ้น บอกกับตัวเองว่าต้องได้สิมันต้องติด..จึงเริ่มวางแผน..และปีนี้มีเวลาเตรียมตัวมาก เริ่มเอาจริงเอาจังมากขึ้น

รวมแหล่งข้อมูลเพียบ และปฎิบัติอย่างเต็มที่โชคดีมีอาจารย์คอยแนะนำ เพื่อน(พี่)จากทางคณะและเริ่มลุยอย่างเต็มที่

ก่อนสอบ1เดือน...เลิกงานสี่โมงเย็นวันศุกร์แบกกระเป๋าโดดขึ้นรถเป้าหมายคือกทม.ระยะทาง400กว่ากิโลใช้เวลา5-6ชั่วโมงในการเดินทางเพื่อลงมาฝึก..ฝึก..และ.ฝึก..คืนวันอาทิตย์โดดขึ้นรถกลับบ้านใช้เวลาบนรถในการหลับเพื่อเป็นแรงในการทำงานต่อวันรุ่งขี้น(มนุษย์เงินเดือน)เลิกงานก็ฝึก..ฝึก..ฝึก  และก็ถึงวันศุกร์.........

ระยะเวลา1เดือนเศษๆในการไป-กลับทุกเสาร์-อาทิตย์ ลงทุนเช่าหอเพียงแค่ใช้เวลา8วันใน1เดือน

และแล้วก็ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า..สิ่งที่ได้ทำทุกอย่างลงไปทั้งหมดนั้น..มันส่งผล...มันเห็นผลคือ...มีชื่อตัวเองในรายชื่อผู้สอบผ่าน

       งง...จริงหรือนี่..เปิด-ปิดเครื่องดูรายชื่อนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อความแน่ใจ

       อึ้ง...มันคือความจริงใช่ใหม...ถามตังเอง..และบอกกับตัวเอง

       กลัว...ว่าจะพลาดอีกปี..ไม่กล้าดูผล..ปิดเครื่องมือสื่อสาร...มารู้จากปากเพื่อนอีกทีว่าสอบได้ถัดมาอีกสองวัน หลังจากวันประกาศผลสอบ

      เคยคิด...แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะสอบเอ็นทรานซ์ได้

      ดีใจ...มากกกกกกกที่สุดในชีวิต

      ไม่เคย...ทำอะไรที่ตั้งใจทุ่มเทเกี่ยวกับการสอบมากขนาดนี้มาก่อน

      คุ้มค่า...กับสิ่งที่ได้ลงทุนไปกับผลที่ได้มา..มันเห็นผล...มันส่งผลแล้วจริงๆ

      หยาดน้ำตา...ใหลเอ่อล้นทั่วใบหน้า..และบอกกับตัวเองว่าเราทำได้แล้ว..และนี้คือความจริงไม่ใช่ฝัน

      ได้เรียนรู้...อะไรมากขึ้น

       ขอบคุณ..อาจารย์ที่คอยให้คำปรึกษา..เพื่อน(พี่)ที่คณะที่คอยช่วยเหลือ..ถ้าไร้ซึ้งเขาเหล่านี้เชื่อได้ว่าไม่ติดแน่...หากสอบไม่ผ่านแต่ก็ได้มาซึ้งมิตรภาพและอะไรหลายอย่าง(ไม่ขอเอ่ยชื่อเขาเหล่านั้น)ขอบคุณ..ขอบคุณมากจากใจ

      แต่....ในความโชคดีกลับอยู่ในความเลวร้าย..ผมอาจโชคดีกว่าคนอื่นๆที่สอบผ่าน ในความโชคดีนั้นกลับมองไม่เห็นลู่ทางในการก้าวเดิน(เพราะมีเหตุปัจจัยบางประการ)ที่(อาจ)ไม่สามารถให้ทำในสิ่งนั้นได้(รึอาจไม่ได้ทำเลยก็ได้)

 หลายคนที่สอบได้คงจะมีทุนสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ซึ้งตรงกันข้ามกลับผม

      โชคชะตา....ได้เล่นตลกกับผมเข้าแล้ว..แต่ก็ยังบอกกับตัวเองว่ามันคือบททดสอบอีกบทนึง

                            ขอบคุณ..ที่เสียเวลาอ่านมาถึงตรงนี้

     

 

 

โพสต์เมื่อ 12/03/2010 10:01 | 0

โดนอ่ะ..หือ

อยากเรียนสถาปัตแต่ที่บ้านไม่ให้เรียน..ทำไงดี

 

 

โพสต์เมื่อ 04/04/2010 17:24 | 0

ขอบให้คุณ ศิลป์ ได้เรียนสมดั่งใจหมายนะ

สู้ๆๆๆ เป็นคนที่อดทนมากกLaughing

โพสต์เมื่อ 19/05/2010 14:51 | 0

อยากเรียนเหมือนกัลอ่ะ

 

--*

โพสต์เมื่อ 05/08/2010 23:49 | 0

ชอบ มาก ค่ะ