ฝากเตือน!! น้อง ม.6 ที่กำลังจะยื่นคะแนนเข้าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จาก GAT-PAT

ก่อนอื่นเลย... พี่ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ ทุกคนที่สามารถฝ่าฝันแกท และ แพท มาได้ขนาดนี้

คะแนนหลายคนดีมาก พี่ขอชื่นชมและดีใจในความพยายามของน้องๆ ทุกคน

หลายๆ คน คะแนนอยู่ในเกณฑ์ดี แม้จะไม่เท่าเพื่อน แต่ก็อย่าพึ่งสิ้นหวังนะครับ

แต่!!

พี่ได้ยินมาว่า มีน้องๆ จำนวนมาก ที่ไม่ได้ต้องการเข้าคณะอักษรศาสตร์อย่างจริงจังกำลังพยายามจะยื่นคะแนนเข้าคณะอักษรศาสตร์ เพียงแค่ว่า "ไม่ต้องการสอบโอเน็ต"

พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบว่า "ถ้าเรียนไม่ไหว หรือไม่อยากเรียนแล้ว ก็ซิ่วก็ได้"

พี่กำลังสงสัยว่า "แล้วน้องจะไปกันที่เพื่อนทำไมครับ?"

(แถม ถ้าไม่อยากเรียน ก็จะสละสิทธิ์ ทำให้เพื่อนเสียสิทธิ์ด้วยซิ)

 

น้องกำลังเข้าใจผิดกันหรือเปล่า ว่า คณะอักษรศาสตร์เรียนอะไร??

น้องคิดเหรอว่า อักษรศาสตร์ เรียนแต่ภาษา?

ใช่ มันเกือบถูก แต่ปัญหาคือ น้องทำใจรับสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้ในคณะอักษรศาสตร์
ก่อนที่จะเข้าคณะอักษรศาสตร์ "ทั้งๆ ที่ ไม่ชอบได้หรือไม่???"

1. อักษรศาสตร์ เป็นวิชา ที่ว่า ด้วย "มนุษยศาสตร์" นั่นคือ การศึกษามนุษย์ ว่ามีมนุษย์ มีความซับซ้อนทางความคิดอย่างไร และคิดอย่างนี้่ ด้วยเหตุผลอะไร และ ภาษา เป็นแค่ หนึ่งปัจจัย ที่จะทำให้เราเข้าถึงมนุษย์ได้มากขึ้น ดังนั้น แปลว่า...

2. (สำหรับเอกภาษาทั้งหลาย) น้องจะไม่ได้เรียนภาษอย่างเดียว แต่น้องจะต้องเรียน ภาษาศาสตร์ (ศาสตร์แห่งการใช้ภาษา ตลอดจนที่มาของการกำเนิดเสียงในภาษานั้น) วรรณคดีตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันของ ภาษาที่น้องๆ เลือก รากเหง้าของภาษา ว่ากำเนิดมาอย่างไร ตลอดจนอะไรอื่นๆ อีกมากกกกกก รวมทั้งภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การก่อกำเนิดของชาตินั้นๆ ด้วย

3. วิชาบังคับคณะทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปี 1 น้องรับ และทำใจกับวิชาเหล่านี้ได้หรือไม่
- การใช้ภาษาไทย (ที่ไม่ได้ใช้กันง่ายๆ แล้วอย่าคิดว่าง่าย หรือกระจอก คนสอนวิชานี้ เป็นผู้ทำให้ ไม่มีช้างเผือก โครงการเอกไทยของอักษรศาสตร์ปีนี้สักคนเลยนะ)
- การใช้เหตุผล (C, D กว่าครึ่งคณะ วิชามหาประลัย ใครบอกว่า เหตุผล เรื่องกล้วยๆ ?)
- ปริทัศน์ศิลปการละคร (รากเหง้า ประเภท ลักษณะของละคร ภาพยนตร์ การศึกษาบทละคร การกำกับ ตัวละคร ตลอดจนศิลปแขนงต่างๆ เกี่ยวกับละครที่ส่งผลต่อชีวิตมนุษย์)
- การค้นคว้าและการเขียนรายงาน (สารนิเทศ ที่น้องๆ สายศิลป์ คงเคยเรียน และโดนหักคะแนน)
- อา่รยธรรมตะวันออก (ที่น้องจะต้องเรียนรากเหง้าตั้งแต่สมัยจารีต จนถึงปัจจุบันของอารยธรรมต่างๆ อย่าถึงแก่น)
- อารยธรรมตะวันตก (ก็คือกัน แต่ลึกกว่าเรียน ม.ปลาย และเจาะ เจาะ เจาะ และ เจาะ!!)
- วรรณคดีไทย (โหดร้ายมาก อย่าคิดว่าง่าย เพราะมันเรียนอย่างแฝงปรัชญา ไม่ใช่ เรียนหาวรรณศิลป์เหมือน ม.ปลาย)
- ภาษาทัศนา (มาดูโคตรเหง้า และภาษาเป็นยังไง มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร นั่นคือ "ภาษาศาสตร์ นั่นเอง")
- การแปลขั้นต้น (อย่าคิดว่าง่าย ใครว่าแปลง่ายๆ?)
- ปรัชญาทั่วไป หรือ มนุษย์กับศาสนา (ไม่ได้ว่าง่ายเลย คิดกันให้สมองบานไปข้างนึง)

4. จาก ข้างต้น คือ รายชื่อวิชาที่น้องๆ ต้องเจอตอนปี 1 ที่โหดร้ายมาก แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีวิชาปี 2 ที่พี่ยังไม่ได้บอกถึงความโหดร้าย ซึ่งยังมีมากกว่านี้อีก เยอะ!!

5. การที่น้องเจอวิชาบังคับเยอะขนาดนี้ นั่นหมายความว่า น้อยสุด น้องจะต้องลงทะเบียนเรียน ถึง 17 หน่วยกิต (โดยไม่มีวิชาอื่นๆ เพิ่มเติม) หรือถ้ามีวิชาเอก อีก 2-4 หน่วยกิต ก็จะกลายเป็น 19-21 หน่วยกิต (ขณะที่มหาวิทยาลัย ไม่ให้ลงเกิน 22 หน่วยกิต) อักษรศาสตร์ จึงเป็นหนึ่งในไม่กี่คณะที่เรียนโหดมาก และเลิกสี่โมงเย็น เกือบทุกวัน เวลาว่างก็ไม่มี อ่านหนังสือก็หนักมาก (ขออภัยที่พาดพิงคณะอื่นๆ ครับ แต่ก็อยากจะบอกว่า อักษรฯ ไม่ใช่ว่าจะได้ A กันเกลื่อนกลาดนะครับ 2.00+ ช่วงนี้ ก็พอๆ กับคณะอื่นนั่นแหละ)

6. วิชาเอก ที่น้องเลือก พี่ขอเตือนถึงความมหาโหดของมัน ไม่ว่าจะเป็น...

- ฝรั่งเศส ที่มันจะหลอกล่อน้องด้วยความไม่ต่างจาก ต.อ. แต่จะตลบหลังด้วย conversation และ dicte ที่ทำร้ายนิสิตมานักต่อนัก และข้อสอบปี 3-4 ก็มีแม้กระทั่งว่า "จงเขียนสุนทรพจน์ที่นโปเลียนจะกล่าวต่อชาวฝรั่งเศส เพื่อยกทัพไปทำสงครามที่วอเตอร์ลู (สมรภูมิที่นโปเลียนพ่ายแพ้) เป็นภาษาฝรั่งเศสโบราณ"
- เยอรมัน จากพื้นฐาน ต.อ. คงไม่ยากลำบากนัก แต่ถ้าเรียนไป... หึหึหึ นรกแดนไส้กรอกมีจริง
- สเปน เหมือนจะง่าย แต่ก็เหยียบกันตายเอง เพราะทุกคนเริ่มใหม่หมด "และ เก่งกันหมด" สรุป ตายกันเอง (แถมยังต้องเจอ เซบันเตส สุดยอดวรรณคดีของสเปน และวัฒนธรรมตลอดจนสำเนียงของละตินอเมริกา ที่ใช้สเปน)
- จีน เช่นกันนน เริ่มใหม่หมด แล้วก็เหยียบกันตาย (พอปี 2-3-4 ก็ต้องเจอ ทั้งจีนตัวเต็ม ตัวย่อ และจีนโบราณ จำกันให้ตายไปข้างกว่า 5000 พันตัวอักษร)
- ญี่ปุ่น ทำใจได้หรือเปล่า กับการต้องท่องคันจิ ทุกอาทิตย์กว่า 60 ตัว (แม้จะเคยเรียนมาแล้ว) และยังมี คันจิในบทเรียนใหม่ๆ อีกบทละ 32 ตัว (บางบท 56 ตัวก็มี) แล้วแกรมม่ามหาโหด กับงานมหาศาล? (นี่คือปี 1 นะครับ ยังไม่รวม 2-3-4)
- การละคร น้องทำใจได้หรือเปล่า กับการทำงานในวิชา Thethre Workshop ที่อาจจะต้องกลับบ้านไม่ต่ำกว่า 5 ทุ่ม เป็นเดือน เพื่อทำโปรเจคของคณะให้เสร็จ?
- ไทย แม้ปีนี้จะยังไม่เห็นภาพ แต่ปีต่อๆ มา น้องก็จะอ่านไทยกันให้ตาแหกกกกกกกก ด้วย วรรณคดีไทย เฉลี่ยเทอมละ 5 เรื่อง อย่างเต็มๆๆ
- ปรัชญา แล้วน้องก็ต้องนั่งคิดกันให้ตายไปข้าง
- อื่นๆ มากมาย

7. สรุป น้องไม่ได้เรียนภาษาชิวๆ เหมือน ม.ปลายแล้ว
แต่ น้องกำัลังจะเดินเข้ามาสู่วังวนของความเป็น "มนุษยศาสตร์" เพื่อศึกษามนุษย์ชนชาติต่างๆ ตลอดจนแนวคิดสากลของมนุษย์ ว่า "มนุษย์เป็นอย่างไร"

8. พี่เตือนอีกครั้ง อักษร "ไม่ชิว" อย่างที่น้องคิด แม้เราจะไม่ต้องอ่านกฎหมายเป็นสิบเล่ม หรือเขียนตอบเป็นเล่มๆ แบบนิติศาสตร์ คำนวณ ให้สมองบวมไปข้างแบบวิศวกรรมศาสตร์ หรือหิ้วหวีไปหิ้วหวีมา อย่างแพทยศาสตร์ แต่น้องก็ต้องมาตายคากองการบ้านที่ท่วมท้น และหนังสือนอกเวลามหาศาล ตลอดจนหนังสืออีกหนึ่งกอง ที่ต้อง "ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง" ก่อนสอบ ตามแบบ "อักษรศาสตร์"

 

พี่กำลังไม่เข้าใจว่า น้องๆ กำลังคิดอะไรกัน กับความคิดที่ว่า

"ยื่นไปก่อน ติดก็เรียน ไม่ไหว ก็ซิ่ว"

หรือ "ยื่นไปก่อน เดี๋ยวกูติด ค่อยสละสิทธิ์ก็ได้วะ"

หรือ "กูไม่อยากสอบโอเนตแล้ว แสดเอ๊ยยยยยยย"

อย่างข้อแรก "ไม่ไหวค่อยซิ่ว"

แล้วน้องจะเข้าอักษรศาสตร์ทำติ่งอะไรครับ กันที่เพื่อน?? เสียเวลา??

อย่างข้อสอง "ค่อยสละสิทธิ์"

น้อง ครับ มันไม่ใช่คณะ (ขออนุญาตเอ่ยชื่อ) นิติ หรือ รัฐศาสตร์ หรือ บัญชี มธ. นะครับ ที่มันสอบต่อได้อีก อักษรศาสตร์ มันไม่มีรับรอบสองให้เพื่อนน้องที่พลาดเข้าได้นะครับ แล้วน้องจะไปตัดโอกาสเพื่อนทำไมครับ????

อย่างข้อสาม "ขี้เกียจสอบโอเนต"

คะแนนน้องก็เน่าเฟะนะ ถ้าไม่อยากสอบ อีกอย่าง ถ้าจะซิ่ว โอเนตเน่า น้องจะไปยื่นคณะไหนได้ครับ?
"โอเนต" สอบได้ครั้งเดียวในชีวิตนะครับ "เน่าแล้ว เน่าเลยยยยยย" ไม่มีการแก้ตัว
คิดดีแล้วเหรอครับ จะรีบทิ้งชีวิต แม้แต่คนติดแล้วก็เถอะ "คุณแน่ใจเหรอ ว่าจะทิ้งโอเนต??"
ไม่ต้องมองถึง ระดับ รร. ว่าคะแนนเฉลี่ยโอเนตมันจะลดลง แล้วก็จะเกิดกระแส
"ด่าเด็กศิลป์" โทษฐานที่ทำให้ คะแนนโอเนตโดยเฉลี่ยตกต่ำลงไป
แต่มองตัวเองครับ ว่า อนาคต น้องจะรอดหรือเปล่า
ไม่ต้องมองใคร มองน้องก็พอ แล้วมองเพื่อนน้องที่อยู่ข้างหลังด้วย

มีน้องหลายคน คุยกับพี่ อยากเข้าอักษรศาสตร์ แต่คะแนนน้อย (น้อยกว่าเพื่อน โดยเฉพาะเด็กเตรียมฯ กันเอง)
แล้วน้องจะ "ตัดช่องน้อยแต่พอตัว" แล้วถีบเพื่อนให้จมดิน

คำว่า "รักเพื่อน" ของน้อง จะมี "ความหมาย" เหรอครับ?

ความหมายของ "อักษรศาสตร์" ในสายตาน้องคืออะไรครับ
หรือน้องคิดว่า สิ่งๆ นี้ คือถุงพลาสติกใบนึง ที่จะใช้เมื่อไหร่ก็ได้ จะเหวี่ยงเมื่อไหร่ก็ได้??

ถ้าอักษรศาสตร์ รับ 2 รอบ พี่จะไม่ตั้งกระทู้นี้
แต่นี่ อักษรศาสตร์ รับแค่รอบเดียว ใครไม่ติด ก็จบเลย ไม่ต้องติด

คนจะซิ่ว ยังซิ่วไม่ได้เลย ปีนี้...

แล้วน้องละครับ...? อยากเข้าคณะอะไรกันแน่.... คิดให้ดีๆ

นอกจากจะทำลายเพื่อนแล้ว ยังทำลายตัวเองด้วย

 

อ้อ น้องคงไม่อยากได้ยินคำนี้ด้วยใช่ไหมล่ะ...

อ๋อ... ที่แท้สันดานเด็กเตรียมฯ ก็เป็นแบบนี้นี่เอง...

คิดดีๆ นะครับ

แต่ถ้าน้องอยากเข้าคณะอักษรศาสตร์จริงๆ พี่ก็สนับสนุนครับ และขอให้ได้เข้าสมดังปรารถนา และสมดังใจนึก ขอต้อนรับเป็นว่าที่อักษรศาสตร์ รุ่น 78 ล่วงหน้าไว้เลย

 

คิดดีๆ นะครับ

ด้วยความปรารถนาดี และ รักน้องๆ ต.อ. 70 ทุกคน,

พี่ม่อน ต.อ.69

 

เว็บ บอร์ด เด็กเตรียม

http://www.unigang.com/