มุมมองศิลป์ไร้ขีดจำกัด งานออกแบบนิเทศศิลป์ สวนดุสิต

       นักศึกษาหลักสูตรการออกแบบงานแสดงและนิทรรศการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.)ออกโชว์ผลงานพร้อมแนะนำสาขาคณะหลักสูตรน้องใหม่ที่เพิ่งมีการเรียนการสอนกันมาได้แค่เพียง 2 ปี แต่ดีกรีความสามารถ ความคิด ตลอดจนการผลิตผลงานของนักศึกษาภายในนั้นก็นับว่าเป็นที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว

       ด้วยชื่อหลักสูตรก็สื่ออย่างชัดเจนว่าเป็นงานออกแบบ ดังนั้นสาระสำคัญของเด็กภาคนี้จึงโฟกัสไปที่ “ความคิดสร้างสรรค์ล้วนๆ” ... เราลองไปดูกันดีกว่าว่าคนที่เรียนออกแบบ ฯ ที่ มสด.นั้นพวกเขาผลิตผลงานไอเดียศิลป์แนวไหนออกมาให้ดูกันบ้าง
       
       เริ่มที่ นางสาวภัทรา ไชยสาร นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ออกแบบนิเทศศิลป์กันก่อน เธอเลือกแสดงผลงานด้วย เทคนิค WOOD CUT ซึ่งเป็นการแกะสลักไม้สำหรับเป็นแม่พิมพ์ในการพิมพ์ภาพ เธอบอกว่า เรียนออกแบบที่นี่นอกจากใช้สมองและเทคนิคทางศิลปะที่ได้เรียนรู้แล้ว ยังเหมือนฝึกสภาวะจิตไปในตัวด้วย
       
       “ สำหรับงานที่ทำออกมานั้น เราต้องใช้ความละเอียดในการแกะสลักไม้สูงมากรวมถึงต้องมีสมาธิที่นิ่ง และมือก็ต้องนิ่งด้วย ซึ่งระหว่างทำ นอกเหนือจากการฝึกศิลปะให้สมองแล้ว ยังได้ฝึกสภาวะจิตไปพร้อมๆกัน”
       
       
นอกจากเจ้าตัวจะแสดงผลงานของตนเองที่บ่มเพาะมาจากการเรียนออกแบบ มสด.แล้ว ภัทรายังเสนอทัศนคติต่อ วงการนิเทศศิลป์ไทยในปัจจุบันไว้ด้วยว่าปัจจุบันวงการนี้เปลี่ยนไปมากกระแสนิยม ได้แซงหน้าคำว่าใจรักไปไกล งานนิเทศศิลป์เป็นสาขาอาชีพที่มีความสนใจเฉพาะกลุ่มสูง
       
       “บุคคลทั่วไปยังไม่มีความเข้าใจในงานศิลปะได้ดีนัก เมื่อไม่มีความเข้าใจแล้วความสนใจก็น้อยลงตามไปด้วย และเมื่อความสนใจมีอยู่น้อยเท่าไร โอกาส การก้าวไกลไปสู่สากลก็น้อยลง ฉะนั้นจึงอยากได้รับการสนับสนุนจากองค์กรที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะสนับสนุนทางการศึกษาหรือ โอกาสในการประกอบวิชาชีพก็ดี ค่ะ”

       มากันที่ นายธเนตร เสนีวงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ออกแบบนิเทศศิลป์อีกคน แต่จะต่างกันก็ที่ “ธเนตร” เป็นนักศึกษาพิเศษ ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเท่านั้น ซึ่งทางคณะก็ให้โอกาสเด็กพิเศษเรียนออกแบบได้ โดยผลงานเอาใจอาจารย์แบบง่ายๆ ของธเนตรก็คือการออกแบบโลโก้ ของ หลักสูตร ฯ นี่เอง
       
       ธเนตร พูดถึง สถานภาพของตัวเองกับวงการนักออกแบบไทยไว้ว่า เป็นธรรมดาที่เด็กพิเศษอย่างเราจะรู้สึกกลัวว่าด้วยการที่ไม่ใช่คนปกติแล้วจะถูกจำกัดโอกาสในการประกอบวิชาชีพแต่หากได้โอกาสเรียนเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเท่ากัน
       
        “ ผมคิดหวังว่า อย่างน้อยคนในวงการศิลป์นั้นย่อมมีใจรักและเข้าใจคนที่รักในสิ่งเดียวกันอยู่ระดับหนึ่ง และอยากจะให้ค่าของคนจากผลของงานและความเป็นตัวตนของคนคนนั้น มากกว่าฉะนั้นเมื่อเปิดโอกาสให้คนพิเศษเรียนแล้ว ผมก็ทำเต็มที่ออกแบบโลโก้ของหลักสูตรมาด้วยรู้สึกซาบซึ้งกับหลักสูตรที่ให้โอกาส ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ดีที่ผมจะใช้ความรู้สึกแสดงออกกับงานศิลปะ”
       
       
ต่อด้วย นางสาวจิตศมา เกื้อกูล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ออกแบบนิเทศศิลป์ อีกหนึ่งเด็กพิเศษที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ที่ได้ถ่ายทอดผลงานด้วยการออกแบบโลโก้ร้านกาแฟท่าเรือขนส่ง ที่ตลาดสามชุก จ.สุพรรณบุรี สร้างสรรค์ผลงานด้วยการใช้โปรแกรม อีลาสเตอรี่ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่แสดงสัญลักษณ์เฉพาะตัว
       
       “ผลงานชิ้นนี้ใช้โปรแกรมที่ไม่ยากเท่าไรค่ะ แต่การออกแบบโลโก้นั้น ต้องศึกษาสถานที่นั้นๆ ให้เกิดความเข้าใจในความเป็นมาเสียก่อน เพราะเราต้องโลโก้เพียงอันเดียวนี้ให้สามารถสื่อถึง สถานที่นั้นๆ ได้โดยไม่ต้องอธิบายซ้ำ”

       นอกจากผลงานแล้วน้องจิตศมา ยังบอกอีกว่า “ผลงานนี้นอกจากจะนับเป็นการพัฒนาฝีมือแล้วยังเป็นการบ่งบอกถึงศักยภาพของเด็กพิเศษที่มักจะโดนคนอื่นๆสบประมาทอยู่เสมอ
       
       “ ส่วนตัวเชื่อว่า ตนก็ทำได้ดีไม่แพ้เด็กปกติทั่วไป หรืออาจทำได้ดีกว่าคนปกติหลายๆ คนด้วยซ้ำ มองอีกมุมเป็นความโชคที่คนปกติไม่มี คือการที่หนูไม่ได้ยิน มันเป็นผลดีกับหนูเสมอในเวลาทำงาน เพราะสร้างสมาธิได้ง่ายและนานกว่าคนปกติทั่วไป”

       มาถึง เด็กศิลป์ คนสุดท้าย ที่ชื่อก็ให้ ใจก็รัก อย่าง “ทัศนศิลป์ ธนบดีสิริกมล” นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ออกแบบนิเทศศิลป์ ทัศนศิลป์ถ่ายทอดผลงาน Drawing ออกมาเป็น ภาพดอกบัวหลวง ใช้เทคนิค เครยอง ในการเขียนภาพ คือการเขียนภาพออกมาโดยใช้ถ่านเครยอง นั่นเอง
       
       “ ยอมรับว่ายากในระดับหนึ่งเพราะเป็นครั้งแรกที่ใช้วิธีนี้เหมือนกัน ต้องฝึกอยู่บ่อยครั้งกว่าจะออกมาเป็นผลงานชิ้นนี้ได้ครับ"

       น้องทัศนศิลป์ ยังฝากบอกถึงคนที่รักในการสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยว่า "ไม่ว่าจะเป็นใคร มาจากไหน เป็นคนปกติ หรือ กลุ่มคนพิเศษที่ความบกพร่องด้านร่างกาย ก็ตามแต่ อย่าไปกังวลกับสภาวะความกลัว ความประหม่าที่เราสร้างขึ้นเอง ทุกคนมีมุมมองที่ต่างกัน หากอยากเรียนออกแบบบ้างก็ให้ค้นหาตัวเองให้เจอ หากพบเจอก็ไปให้สุดทาง อย่าชอบตามแฟชั่นความเท่ อยากให้ค้นหาตัวเองให้เจอและหากเจอแล้ว จงสร้างสรรค์ผลงานจากความเป็นตัวตนของคุณเอง และลองยอมรับในสิ่งที่เราไม่คุ้นเคยดูบ้าง อาจได้พบสิ่งใหม่ในการพัฒนางานศิลป์ของตัวเองต่อได้ในอนาคตครับ”ทัศนศิลป์ปิดท้าย

       แหม "ศิลปะ" นอกจากสวยงามแล้ว ยังทำให้คนเข้าใจชีวิตได้ดีขึ้นอีก อย่างนี้แหละที่เขาเรียนกว่า “สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเรามีอะไร แต่สำคัญที่เรา สร้างอะไรจากสิ่งที่มี ต่างหาก.....”
       

Credit  manager