'ดาต้า' กับชีวิตที่มีธรรมนำทาง

 

อาจจะเป็นเพราะว่า “ดาต้า ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ” เป็นผู้ชนะจากเวทีการประกวด BABY V.O.X. New Generation Audition จนมีโอกาสได้ไปเก็บตัวฝึกฝนทักษะการเป็นนักร้องที่ประเทศเกาหลี โดยมีเป้าหมายว่าในอนาคตเธอจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในสมาชิกคนใหม่ของเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของเกาหลีอย่าง Baby V.O.X.
        
       
       อาจจะเป็นเพราะว่าหลังจากที่ได้ไปเรียนร้อง เรียนเต้น ในขนบเดียวกันกับที่ศิลปินเกาหลีส่วนใหญ่ต้องพบและผ่านนานหลายเดือนแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะได้มีผลงานเพลงในนาม Baby V.O.X. ออกมาเสียที จนทำให้ดาต้าปรึกษากับคุณแม่แล้วลงความเห็นร่วมกันว่าถึงเวลาที่จะต้องยกเลิกสัญญากลับมาใช้ชีวิตเป็นนักศึกษาที่บ้านเกิดเมืองนอนเสียที


       
       อาจจะเป็นเพราะว่าเธอตัดสินใจหันหลังให้กับโอกาสที่เด็กไทยค่อนประเทศอยากได้ใคร่มี อาจเป็นเพราะเหตุผลต่างๆ เหล่านี้ที่ทำให้คำถามส่วนใหญ่ที่ดาต้าได้รับมักจะหนีไม่พ้นจุดหักเหที่ทำให้เธอเบนจากกรุงโซลสู่กรุงเทพฯ
       
       แต่หากอยากรู้เรื่องราวเหล่านั้น เราคงจะกลับไปค้นนิตยสารหรือเปิดชมรายการโทรทัศน์ย้อนหลังเพื่อค้นหาสาเหตุของการตัดสินใจนั้นและสิ่งที่เธอได้พบเจอมาตลอดเกือบหนึ่งปีที่ผ่านพ้น แต่เอาเถอะ!! ขอสารภาพว่าในช่วงแรกเราก็เกือบจะสนทนากับดาต้าในประเด็นที่ไม่ห่างไกลไปจากเรื่องเหล่านั้นซึ่งเปิดปูบทสัมภาษณ์นี้ที่จุดกำเนิดความฝันในการเป็นนักร้องของเธอ แต่หลังจากที่ในระหว่างการพูดคุยเนื้อหาหลุดแวะไปที่เรื่อง “ความทุกข์” กับ “ความสุข” ดาต้าก็โพล่งออกมาว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอมีกำลังใจก้าวเดินต่อไปก็คือสิ่งธรรมดาสามัญที่เรารู้จักกันในนาม “ธรรมะ” บทสัมภาษณ์ด้านล่างนี้จึงเปลี่ยนไป
       
       เราปล่อยคำถามเดิมๆ ที่เตรียมมาวางลงบนโต๊ะ แล้วหูผึ่งตาโตไปกับอีกด้านมุมของเธอ น้อยคนที่จะรู้ว่าในห้วงยามที่“ถอด” ความเป็นนักร้องออกไปจากตัว ดาต้าพยายามที่จะไม่หยิบคว้าชุดสมมุติใดใดมาสวมให้รกรุงรัง เพราะเพียงแค่เผชิญกับเรื่องสมมุติเบื้องต้นที่เธอได้รับมาตั้งแต่เกิด อย่างการเป็น “ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ” นั้น ดาต้าก็ยอมรับว่าเธอต้องสู้รบกับอัตตาก้อนใหญ่ก้อนนี้ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตเลยทีเดียว
 

       
       + ทราบมาว่าคุณอยากเป็นนักร้องตั้งแต่เด็กๆ พอได้มาร้องเพลงจริงจังเคยท้อจนอยากจะเลิกเป็นนักร้องไหม?
       "เคยมีเหมือนกันะคะ ตอนนั้นเรารู้ตัวว่าท้อ มันท้อตรงที่ว่าการเป็นนักร้องไม่ได้ง่ายอย่างที่เราคิดนะ ตอนนั้นเป็นช่วงประมาณสามปีที่แล้วน่ะค่ะ ดาต้าอยู่ม.ปลาย ตอนเด็กๆ เราเข้าใจว่าร้องเพลงแล้วก็สบาย เพราะร้องเพลงเป็นสิ่งที่เรารักอยู่แล้ว ยังไงก็คงไม่มีอะไรยากมั้ง แต่พอเริ่มเข้าใจการทำงานจริงๆ มันไม่ได้ง่ายเลย ออกจะลำบากด้วยซ้ำ เราต้องพร้อมตลอดเวลาน่ะค่ะ ต้องมีวินัย แล้วต้องมีสติตลอดเวลา เพราะว่าถ้าวันไหนที่เราไม่ดูแลเสียงก็ไม่ได้ ต้องดูแลตลอดเวลา อย่างการมาเป็นศิลปินจริงๆ เต็มตัว เราต้องดูดีด้วย ออกจากบ้านเราต้องดูดี มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ต้องมีระเบียบวินัยพอสมควร"
       
       + เวลาท้อคุณทำอย่างไร?
       "ปรึกษาคุณแม่ค่ะ แล้วก็คุณพ่อด้วย แต่คุณแม่เป็นผู้หญิงเหมือนเรา คุยกันก็จะเข้าใจ คุณพ่อจะเข้าใจเรื่องงาน เพราะคุณพ่อเป็นคนชอบฟังเพลงมาก แต่นอกจากคุณพ่อคุณแม่ดาต้าก็จะอ่านหนังสือธรรมะด้วย หนังสือธรรมะนี่อ่านแล้วคิดได้น่ะ บางทีถ้าเราคิดเอง ก็จะคิดวนไปวนมาอยู่ที่เดิมใช่ไหมคะ แต่พออ่านหนังสือธรรมะแล้วก็ เออ ได้คำตอบ"
       
       + อ่านงานเขียนของใคร?
       "อ่านเยอะค่ะ เริ่มจากหนังสือกล่องบุญน่ะค่ะ ของคุณภัทริน ซอโสตถิกุล ตอนนั้นเริ่มอ่านแรกๆ เลยก็คือกล่องบุญ เพราะอ่านแล้วเข้าใจง่าย แล้วนำไปใช้ได้เลย ไม่ได้มีศัพท์อะไรยากมากมาย ตอนเด็กๆ ดาต้าเคยเข้าใจว่าธรรมะเป็นเรื่องของคนแก่ ดูไม่น่าสนใจ มีแต่ศัพท์ยากๆ เข้าใจยาก เป็นเรื่องที่เข้าถึงยาก แต่จริงๆ พอได้มาศึกษาตรงนี้จริงๆ รู้สึกว่ามีประโยชน์มากๆ เพราะธรรมะไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดน่ะ ธรรมะก็คือความเข้าใจในธรรมชาติที่เป็นอยู่ในทุกๆ วันของเรา รอบๆ เรานี่แหล่ะ ดาต้าจะปรึกษาคุณพ่อคุณแม่แล้วก็ปรึกษาธรรมะ ปรึกษาพระอาจารย์ด้วยค่ะ"
       
       + มีพระอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย?
       "พระอาจารย์เอกชัย สิริญาโณ ค่ะ พระอาจารย์อยู่วัดใหม่ศรีร่มเย็น ที่เชียงราย ดาต้าไม่เคยไปที่นั่นแต่พระอาจารย์ก็จะสอนวิปัสสนาอยู่ที่บ้านพุทธมณฑา เป็นบ้านของครูลิลลี่(กิจมาโนชญ์ โรจนทรัพย์ - ครูสอนภาษาไทยชื่อดัง)ที่เปิดให้เข้าไปปฏิบัติกันได้น่ะค่ะ อยู่ที่ปากช่อง ล่าสุดพระอาจารย์ก็เพิ่งมาจัดวิปัสสนาที่รังสิต ดาต้าก็เพิ่งไปมาเหมือนกัน พระอาจารย์ใจดีมากมีอะไรก็ปรึกษาพระอาจารย์ได้”
       “เพื่อนดาต้าเองจากตอนแรกที่เฉยๆ พอเรามีโอกาสได้คุยกับเขาเรื่องนี้ เวลาที่เขามีปัญหาเขาก็มาปรึกษาเราบ้าง เราก็ให้คำปรึกษาเขาบ้าง ตอนนี้เขาก็สนใจกันเยอะเลยค่ะ จริงๆ ก็ไม่ได้พยายามเผยแผ่ธรรมะอะไร คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีก็อยากให้คนอื่นได้เข้าใจ ได้รับรู้ด้วยค่ะ เวลาไปปฏิบัติก็ชวนเพื่อนไปด้วย เพื่อนๆก็ไปกันค่ะ ล่าสุดไปกันสิบกว่าคน(หัวเราะ)"
 

       
       + คุณไปปฏิบัติอะไรมาบ้าง?
       "ดาต้าเคยไปมาหลายที่นะคะ ทุกที่ก็ดีหมด แต่ของพระอาจารย์เอกชัยจะเหมาะกับคนที่คิดว่าธรรมะเป็นเรื่องยากน่ะ เพราะพระอาจารย์จะอธิบายให้เป็นเรื่องง่ายทันที มีเด็กวัยรุ่นไปกันเยอะนะคะ มีทุกวัยค่ะ แล้วเพื่อนๆ ของดาต้าก็ไปกันเยอะ"
       
       + นึกภาพดาต้าปฏิบัติธรรมไม่ค่อยออก
       "ทุกคนก็จะคิดอย่างนี้ค่ะ(หัวเราะ) พระอาจารย์ยังบอกเลย ล่าสุดพระอาจารย์ให้ดาต้าออกไปพูดข้างหน้า เวลาจบคอร์สเขาจะให้ไปแบ่งปันว่าเราได้อะไรจากคอร์ส พระอาจารย์ให้ดาต้าออกไปพูด แล้วพระอาจารย์ก็พูดออกไมค์ว่า บางคนอาจจะเห็นดาต้าในลุ๊คนักร้อง ใครจะไปรู้ว่ามีมุมอย่างนี้ ที่มาปฏิบัติธรรม ใส่ชุดขาว ดาต้าก็เลยบอกว่าคนเรามีได้หลายมุม มุมของศิลปิน แล้วก็มุมรักสนุกสนาน เฮฮาปาร์ตี้ก็ปกติ แต่ว่าก็มีมุมนึงที่ดาต้าก็ชอบความสงบด้วย"
       
       + การสนใจธรรมะไม่ได้ทำให้มุมสนุกสนานในชีวิตคุณหายไปใช่ไหม?
       "ไม่ค่ะ สนุกกว่าเดิมอีก เพราะเราใช้ชีวิตได้แฮปปี้กว่าเดิม เราไม่ต้องมีอะไรที่จะมาคิดเยอะเหมือนเมื่อก่อน เพราะว่าเมื่อก่อนดาต้าเป็นคนคิดเยอะ เยอะเกิน จริงๆ มันเริ่มมาจากที่เรารู้ตัวว่าทำไมเราขี้โมโหจัง ขี้หงุดหงิดอะไรอย่างนี้น่ะ เหมือนเราเห็นด้านนี้ของตัวเอง แล้วเรารู้สึกว่าเราไม่อยากเป็นแบบนั้นน่ะค่ะ ก็เลยหาอะไรที่เราคิดว่าจะช่วยเราได้ ก็เริ่มจากคุณพ่อนี่แหล่ะที่ซื้อหนังสือธรรมะมาให้เล่มแรก เป็นของ ดร. สนอง วรอุไร ค่ะ หลังจากนั้นก็สนใจน่ะ"
       " แต่ก่อนหน้านั้นคุณพ่อก็เคยซื้อหนังสือพัฒนาตัวเองของฝรั่งมาให้ค่ะ พวก 7 Habits (The Seven Habits of Highly Effective People เขียนโดยStephen R. Covey แปลเป็นไทยในชื่อ 7 อุปนิสัยสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง) พอดาต้าอ่านแล้วก็ชอบๆๆๆ แต่มีอันนึงที่เขาพูดถึงหลักการ เขาบอกว่าหลักการเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง หลักการจะไม่มีข้อผิดพลาด หลักการจะสมบูรณ์แบบในตัวมันเอง ดาต้านั่งอ่าน ดาต้าเคลียร์กับทั้งเล่ม ยกเว้นเรื่องของหลักการเรื่องเดียว ดาต้าสงสัยว่าคืออะไร เพราะเขาอธิบายไม่เคลียร์ เขาอธิบายแค่นิดหน่อย แล้วหลักการนี้จริงๆ แล้วมันคืออะไรนะ พอคุณพ่อซื้อหนังสือของ ดร. สนอง มาให้ ดาต้าอ่านแล้วก็ อ๋อ หลักการนี่คือธรรมะแน่ๆ มันเป็นเรื่องเดียวกัน หลังจากนั้นก็เลยศึกษามาตลอด จากนั้นก็อยากไปปฏิบัติธรรม ก็เลยชวนเพื่อนไปเลย ตอนนั้นอยู่ ม. 3 นั่นคือครั้งแรกที่ตัดสินใจไปเอง อยากไปเอง สมัครเอง"


       
       + ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงตัดสินใจไปสมัครเองเลย?
       "ดาต้าคิดว่าเป็นหลายๆ เหตุผล หนึ่งดาต้าเป็นคนที่ชอบพัฒนาตัวเอง เห็นความสำคัญของเรื่องนี้น่ะค่ะ สองดาต้าเห็นข้อเสียของตัวเอง เรื่องที่บอกว่าคิดเยอะ สามก็คือดาต้าเชื่อว่าในชีวิตนึงมันน่าจะมีอะไรมากกว่าที่เราเห็น เราอาจจะมองเห็นแค่นี้ แต่จริงๆ อาจจะมีอะไรลึกๆ อย่างเช่นเรื่องจิต ดาต้าคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ อยากไป ก็ไป"
       
       "บางคนอาจจะมองว่าเชยนะ อาจจะมองว่า เฮ้ย เรื่องอะไร คนแก่หรือเปล่า แต่ดาต้าคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ทันสมัยที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตตัวเองน่ะค่ะ มันเป็นเรื่องที่ไทม์เลส ไม่มีวันตาย เป็นอะไรที่คลาสสิคมาก ดาต้าคิดว่าธรรมะเป็นอะไรที่เป็นคำตอบของทุกอย่างที่ดาต้าเคยสงสัย เคยมีความคิดโน่นนี่นั่นที่หาคำตอบไม่ได้ ธรรมะสามารถตอบได้ เพราะว่าธรรมะคือธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา แค่เข้าใจก็โอเคแล้วค่ะ"
       
       + หลังจากเปิดรับธรรมะเข้ามาในชีวิต ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง?
       "เปลี่ยนไปมากค่ะ ก็ความสุขเพิ่มขึ้นหลายเท่า เป็นดีกรีขึ้นพรวดเลยค่ะ จากเมื่อก่อนดาต้าเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าแสดงความรักกับคุณพ่อคุณแม่ เขิน คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ค่อยกล้าแสดงออกด้วยเหมือนกัน คุณพ่อคุณแม่เขาจะประมาณว่า เฮ้ย รู้กันอยู่แล้ว เขาก็จะเขินๆ นิดนึง ตอนเด็กๆ ดาต้าเป็นเด็กที่ชอบแสดงออกนะ แต่พอเริ่มเป็นวัยรุ่น ช่องว่างระหว่างวัยเพิ่ม วัยรุ่นส่วนมากก็จะไม่ค่อยกล้ากอดพ่อแม่เหมือนตอนที่เคยกอดตอนเด็กๆ เพราะตอนเด็กเราจะไม่ค่อยมีเกราะมีอีโก้อะไรแบบนั้น ไม่อายน่ะ เด็กจะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ พอวัยรุ่นหน่อยก็ไม่เอาอ่ะ กอดพ่อแม่เชย ใครพ่อแม่มารับที่โรงเรียนก็จะเป็นลูกแหง่ ทุกคนจะมองอย่างนั้น"
       "ซึ่งดาต้าก็เป็นคนนึงที่เคยมองอย่างนั้นเหมือนกัน พอหลังจากที่ศึกษาก็รู้สึกว่าพ่อแม่เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดของเราแล้วน่ะค่ะ เป็นพระในบ้าน เป็นพระอรหันต์ของเรา พ่อแม่หรือครอบครัวไม่ใช่ของตายน่ะ ทุกคนมักจะมองว่าพ่อแม่เป็นของตาย กลับบ้านก็เจอ เดี๋ยวก็อยู่ด้วยกัน ตอนนี้ก็เลยคิดว่าอยากทำให้ทุกๆ วันเป็นอะไรที่พิเศษ แล้วก็อยากทำให้เขามีความสุข แล้วก็อยากตอบแทนเขา เป็นลูกที่ดี เพราะเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ตื่นมาเขาจะยังอยู่หรือเปล่า หรือเราจะยังอยู่หรือเปล่า อะไรก็เกิดขึ้นได้น่ะค่ะ"
       
       ถ่ายภาพโดย  ดำรง นิมิตเพิ่มพูน
       ...................................................................
       
       ชื่อจริง - ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ
       ชื่อเล่น - ดาต้า
       วัน / เดือน / ปี เกิด - 28 สิงหาคม พ.ศ. 2531
       สูง - 168 เซนติเมตร
       น้ำหนัก - 47 กิโลกรัม
       การศึกษา - ปี 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
       แนวดนตรีที่ชอบ - Pop, Classic, Broadway, Country (จริงๆ ชอบทุกแนว ขอแค่เพลงเพราะก็พอค่ะ)
       ภาพยนตร์ที่ชอบ - Moulin Rough
       งานอดิเรก - ร้องเพลง, เต้น, แต่งเพลง, อ่านหนังสือ
       อาหารที่ชอบ - อะไรก็ได้ที่อร่อย
       สัตว์ที่ชอบ - สุนัข, ปลาวาฬ
       สัตว์ที่ไม่ชอบ - ตะขาบ
       สถานที่ท่องเที่ยว - เที่ยวได้ทุกที่ค่ะ
       ดอกไม้ที่ชอบ - ดอกลิลลี่
       สีที่ชอบ - สีชมพู, สีส้ม, สีน้ำตาล
       ผลงานที่ผ่านมา - The Winner จากเวที ประกวด BABY V.O.X. New Generation Audition
       คติประจำตัว - ใช้ชีวิตให้มีความสุข
       
       

 

 

Credit   Manager.co.th

3053

เข้าชม

1

ตอบกลับ

'ดาต้า' กับชีวิตที่มีธรรมนำทาง

โพสต์เมื่อ 02/10/2554 21:55 | 0
smile