วันที่ 28 กรกฎาคม 2558

เรียน คหกรรมศาสตร์ อย่างคนมีกึ๋น !!!

- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
 
อดูต ( เป็น verb ช่องที่ 2 ของ อดีต ) ข้าพเจ้า เรียน คณะ คหกรรมศาสตร์ สาขา อาหาร - โภชนาการ ( Food - nutrition ) หลักสูตร 4 ปี จ๊ะ!!
 
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
 
สาขาที่เรียน เรียนยังไง?
 
โดยเฉพาะที่มหาลัยข้าพเจ้า
(ที่อื่นข้าพเจ้าบ่ฮู้ บ่หัน เน่อ ว่าเปิ้นจะเรียนกันจะใด / อู้คำเมืองด้วยล่ะหุหุ )
จะเรียนเน้นปฏิบัติกันสุดๆ และทฤษฎีก็เน้นไม่แพ้กัน อย่าคิดว่าเรียนสาขานี้แล้วจะไม่เจอวิทยาศาสตร์ล่ะ!! เจอเต็มๆเลยล่ะน้องเอ๊ย!! (อย่าคิดผิดๆเหมือน เหมือนเฮีย เน่อ!! )ทั้งวิทย์ทั้งคณิตทั้งภาษา เน้นเลยว่า ต้องค่อนข้างมีความสามารถทาง วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ศิลป กับฝีมือในครัวรวมทั้งงานบ้านพอตัว
 
เรียนอะไรบ้าง?
 
ขออธิบายแยกเป็นชั้นปีไปก็แล้วกัน
 
ปี 1 จะเรียนทบทวนในแบบเรียนม.ปลายทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย อังกฤษ เคมี Lab วิชาสายมหาลัยทั่วไป ก็จะเป็นการฝึกเขียนรายงาน วิชาเฉพาะในปี 1 ก็จะมี
 
การตัดเย็บเบื้องต้น (ได้ตัดชุดนอนกันคนละชุดด้วย พร้อมกางเกง & กระโปรงนศ.ฝีมือตัวเอง )
 
หลักการอาหารเบื้องต้น การปรุงอาหารอย่างง่าย คุณจะได้เรียนรู้วิธีการต้มไข่ทั้ง 15 รูปแบบ!! (นี่แค่ไข่ต้มนะเนี่ย~ เชื่อมั้ยสอนกันเป็นชั่วโมง กว่าจะต้มครบ 15 แบบ)
 
การปรุงอาหารสำหรับเด็ก อาหารสำหรับครอบครัว หลักโภชนาการเบื้องต้น
 
การดูแลครอบครัวและเด็ก( วิชานี้ต้องรักเด็กค่ะ เพราะจะได้ไปเรียนกับเนอสเซอรี่ในมหาลัย )
 
หลักศิลป( อันนี้ชอบมาก ได้ A+ เลย ทำงานเข้าตา อ.มาก )
 
ปี 2 ปีนี้เน้นทฤษฏีเพียบ!!!
 
ผอ.ถึงกับลงมาสอนเองในวิชา Labสรีระมนุษย์วิทยา เรียนรู้ตั้งแต่อวัยวะภายนอก ภายใน ตับไต ไส้ พุง ยันระบบย่อย และสารอาหาร ที่สำคัญภาษาอังกฤษทั้งดุ้น!! (มึนส์ตึ๊บเลยวิชานี้)
 
ทีเด็ดของวิชานี้ยังไม่หมด มันอยู่ที่ ท่านผอ. ไม่รู้เอาตัวอย่างเครื่องในมาจากไหน ของจริง!!! ทั้งเลือดท่วมงี้ ทั้งกลิ่นคาวงี้ มีคนอ้วกแตกกลางห้องเรียนมาแล้ว ผอ.ท่านบรรจงใช้มีดหมอกรีดให้ดูกันจะๆ เลือดพุ่งปรี๊ดๆๆๆ โอ้! แม่เจ้า~ ว่าแล้วก็มีคนเป็นลมจนได้ เอเมน~ 
 
วิชาอื่นๆก็จะมี ชีววิทยา ภาษาอังกฤษเทคนิคที่ใช้เฉพาะในครัว
 
จิตวิทยาครอบครัวและเด็ก(คือการดูแลสุขภาพจิตครอบครัวให้อารมณ์ดี แจ่มใสอยู่เสมอ ตั้งแต่เรียนวิชานี้มารู้สึกว่าครอบครัวข้าพเจ้า จะเฮฮามากเวลาที่ข้าพเจ้าอยู่บ้าน เหมือนรั่วกันทั้งบ้านเรยอ่ะ )
 
วิชาที่เหลือก็มี การจัดตกแต่งบ้าน วัสดุตกแต่งภายใน ทำบ้านอย่างไรให้กิ๊บเก๋ มีสอนหมดล่ะ
 
เรื่องเกี่ยวกับอาหารก็จะมี อาหารสำหรับการลดน้ำหนัก การตกแต่งหน้าเค๊ก และการตกแต่งอาหารให้เด็กทาน
 
อาหารนานาชาติ ตกแต่งแบบ Cusine (คือการตกแต่งแบบภัตตาคารสุดหรู!!~) วิชานี้เน้นหรูเข้าว่ารสชาติเป็นรอง (วิชานี้ทะเลาะกับ อ. เรื่องรสนิยมการตกแต่งประจำ - -)
 
ผม : อ. แต่งหน้าพิซซ่าไม่อาร์ตเลยอ่ะคับ
 
อ.  : ? หน้าพิซซ่าแบบผู้ดีเราต้องค่อยๆบรรจงรู้มั้ยค่ะ ? ต้องจัดเรียงให้เป็นระเบียบสวยงาม
 
ผม : พิซซ่าที่น่าอร่อยมันต้องลุ้นสิครับว่าตัดเสี้ยวนี้มาเราจะได้อะไรอยู่บนหน้ามั่ง
 
ว่าแล้วผมก็หลับหูหลับตาโรย ทั้งหมูก้อนปรุงรส ซารามี่ เปปเปอโรนี่ เบคอน แฮม เห็ด กุ้ง หอย ปลาหมึก พริกหวาน กระจายเละ เต็มไปหมด
 
อ.  : ว้าย!!! ตายตายแล้ว!!!~ ทำอะไรคะ!! ทำไมนศ.ทำอย่างนี้ล่ะคะ!! อย่างนี้มันไม่ใช่ Cusine แล้ว อย่างนี้มันเรียก ขยะ แล้วคะ!!!
 
อ.พูดด้วยสำเนียงดัดสุดๆ เพราะปกติแกก็พูดดัดน่าดูอยู่แล้ว
 
ผม : ปึดส์!!!!!!!!!!! (อะไรบางอย่างในมโนจิต มันขาดผึงทันที) โอเคครับ ในเมื่อมันเหมือนขยะ มันก็ควรอยู่ในถังขยะใช่มั้ยครับ........
 
ว่าแล้วก็เขวี้ยงพิซซ่าทั้งถาดลงถังขยะแล้วเดินออกจากคราสเลย คนมองตรึม!!! แต่สุดท้ายอ.ก็ยังให้ผ่านวิชานี้นะ
 
มาถึงปัจจุบันนี้ มานึกถึงตอนสมัยนั้นแล้ว อยากจะขอโทษอ.งามๆทีเดียว ขอโทษนะครับ ตอนนั้นแบบว่ายังวัยรุ่นไปหน่อย อารมณ์เลยร้อนไปนิดนึงส์
 
ปี 3 ปีนี้เป็นปีที่โหดที่สุดเลยก็ว่าได้ เน้นหนักทั้งนั้น!!
 
เรียนกันตั้งแต่ 6:30 น. จนถึง 19:30 น.เลยทีเดียว แทบทุกวันด้วย  วิชาทางทฤษฏีจะมีดังนี้ การคำนวณแคลอรี่ การจัดอาหารสำหรับผู้ป่วยในรพ. โรคที่เกิดจากอาหาร จุลินทรีย์วิทยา  อาหารที่ทำจากจุลินทรีย์และเชื้อรา คุณภาพของวัตถุดิบในการทำอาหาร และมาตรฐาน ISO สำหรับอาหาร
 
วิชาปฏิบัติก็โหดไม่แพ้กัน ไม่ใช่การเรียนทำอาหารคุณหนูแบบเดิมแล้ว แต่มันคือ ธุรกิจอาหาร!!
 
ตั้งแต่วิชา เบเกอรี่ ที่ตู้อบขนมขนาดใหญ่ใส่ผู้ใหญ่ไปอบได้ถึง 2 คน!! ทำกันตั้งแต่ คุกกี้ ขนมปัง เค้ก แยมโรล ครัวซองค์ พิซซ่า บราวนี่ ชีสเค้ก เมอร์แรงค์ แล้วทำทีนี่ไม่ใช่น้อยๆ กินไม่หวาดไม่ไหว ต้องเอาไปเร่ขาย ทั่วมหาลัย บางทีหิ้วไปขายถึงสถานีรถไฟฟ้าตากสินเลยก็มี!!! แต่ก็ได้กำไรมากมาย พอจบคอร์สแล้วก็เอากำไร มาจัดเลี้ยงเล็กๆกัน
 
วิชาอื่นก็มี การทำอาหารพื้นบ้าน อาหารจานด่วน อาหารไทยโบราณ(อาหารชาววัง) ขนมไทย และขนมแบบชาววัง
 
เด็ดสุดก็ต้องการทำอาหารจากเชื้อจุลินทรีย์และเชื้อรา
 
ผม : เฮ้ย~ ไอ้นั่นมัน........ โยเกิร์ต ที่เราทำกันเหรอนั่น
 
พลางส่งสายตาสงสัยปนรังเกียจมาที่ ของเหลวสีขาวขุ่น พร้อมเชื้อจุลินทรีย์หลากสีสัน ลอยอยู่บนหน้า
 
เพื่อน : เออ นั่นแหละ เดี๋ยวปาดเชื้อออกแล้วเอาเข้าเครื่องสตรีมฆ่าเชื้อก็กินได้แล้ว
 
ว่าแล้วเพื่อนก็ปฏิบัติการฆ่าเชื้อใน 15 นาที ด้วยเครื่องสตรีมมิ่ง (เป็นเครื่องอัดความดันขนาดใหญ่ เอาไว้ฆ่าเชื้อในอาหารกระป๋อง อาหารแพ๊กทั้งหลาย)
 
ผม : อ.บอกให้ชิม...... ใครจะกินลงวะเนี่ย...... 
 
เพื่อน : มึงไง.....
 
ผม : !!!!!? 
 
ว่าแล้วก็โดนล็อกแขนขาทันที 
 
ผม : ไม่ อ๊าววววว!!! เชื้อโรคทั้งนั้นเลยนะเฟ้ยยยยย อ๊ากกก ตรูไม่อยากกินเชื้อพวกนี้นะเฟร้ยยยย  ถ้ามันกลายพันธุ์เป็น costidium botulinum ตรูจะไม่ตายเหรอฟร้าาาา อ๊ากกกก อุ๊บ!!!!! อ๊วกกกกกกก!!!!
 
เพื่อน : ไอ้บ้า cosdium มันเป็นแบคทีเรีย(ที่โครตอึด) ที่อยู่ในอาหารกระป๋อง แล้วมันจะมีในโยเกิรต์ได้ไงฟร่ะ!!? แล้วรสชาติเป็นไงมั่ง?
 
ผม : ..........อยากรู้ก็ลองกินดูดิ
 
เพื่อน : ................
 
และแล้วก็ต้องกินกันทุกคนอยู่ดี รสชาติมันก็ใช่อ่ะนะ แต่.....แต่.... ไม่น่าเห็นมันก่อนจะบรรจุแพ็กเกตเลยอ่ะ - -
 
ปี 4 ปีนี้เรียนอาหารชั้นเหลา
 
อาหารจีนภัตตาคาร ไอศกรีมและเครื่องดื่มสุดเลิศ ของว่างหรูๆประเภทคานาเป้ อาหารมังสวิรัติ  อาหารเจ อาหารไทย 4 ภาค อาหารสำหรับนักกีฬา การแกะสลักอาหารและผลไม้ งานฝีมือใบตอง เช่นการทำโตก การทำบายศรี การจัดดอกไม้ การเลือกซื้อและการจัดอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ร้านอาหารและห้องครัว การทำความสะอาดและการดูแลบ้าน ร้านอาหารและครัว 
 
ส่วนการเรียนทฤษฏี ก็จะเป็นการเรียนธุรกิจอาหารสำหรับเปิดกิจการ การอภิปราย สัมนาเกี่ยวกับอาหารไทยก้าวสู่อาหารโลก ขั้นตอนและการเตรียมตัวเทสต์ฝีมือกุ๊กสำหรับโกอินเตอร์ การวิจัยอาหาร การแยกส่วนประกอบอาหาร
 
และสุดท้ายคือการทำโครงงานวิจัย ซึ่งกลุ่มผมทำโครงงานวิจัยในเรื่อง "เยลลี่จากเสาวรส"
 
ดูเหมือนง่ายแต่ยากมาก เพราะเราต้องเขียนส่วนประกอบทางเคมี ค่า pH ค่า ความหวาน ด้วยบารอมิเตอร์ ที่สำคัญคือเสารสเป็นผลไม้ที่ไม่ยอมจับตัวง่ายๆด้วยผงวุ้นหรือเจลลาติน เนื่องส่วนประกอบทางเคมีมันไม่สามารถจับกันได้ แต่ในที่สุดเพื่อนผมก็สามารถทำได้จนได้ (แหมมันเก่งจริงๆ อ.ยังทึ่ง) แต่ข้อเสียยังอยู่ที่ จับตัวได้แค่ในอุณหภูมิ ต่ำกว่า 20 องสาเซลเซียสเท่านั้น หากร้อนกว่านั้นมันจะเริ่มละลาย ( วุ้นที่ละลายตัวเองได้อ่ะ เจ๋งมั้ยล่ะ!!!) 
 
ตอนแรกก็กะว่า ถ้ามันทำไม่สำเร็จผมก็เตรียมแผน 2 ไว้แล้ว คือการทำ ลิคิวเออร์ กลิ่นเสาวรส (สมัยนั้นยังร่ำสุราพอเป็นกระสัย - -) หน้าที่ของผมในงานวิจัยครั้งนี้มีอย่างเดียวคือการเตรียมแผน 2 เพราะตัวเพื่อนมันเองยังบอกว่าถ้ามันทำไม่สำเร็จแล้วไม่มีอะไรรองรับนี่กลุ่มเราเน่าเลยนะจบช้ากว่าคนอื่นอีกหลายเดือนแน่ๆ แต่ตอนที่มันทำสำเร็จผมก็เตรียมแผน 2 ไป 80% แล้วล่ะ (เสียดายนิดๆ - -)
 

- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?

ทำได้หลากหลายเลยล่ะน้องเอ๊ย!!~

1. เราจะกลายเป็นสุดยอด พ่อบ้าน หรือ สุดยอดแม่บ้านไปเลย  งานบ้านทุกอย่างอย่างเนี๊ยบ เกาะแฟนกินไปวันๆ เอ๊ย!! ไม่ช่าย!!!~ หมายถึงว่าเราสามารถเป็นหัวหน้าพ่อบ้าน แม่บ้าน ตามบ้านเศรษฐีต่างๆได้ ถึงดูไม่ค่อยมีศักดิ์ศรีแต่เงินเดือนดีนะเอ้อ!!!!

2. เป็นนักโภชนากรใน รพ. คำนวณอาหารให้ผู้ป่วยใน รพ. 

3. เป็นนักวิจัยอาหารตามสถาบันห้องแลปต่างๆ

4. เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวสำหรับนักกีฬาในเรื่องการทานอาหาร และสารอาหาร ตามฟิตเนสหรูๆต่างๆ

5. สายพ่อครัว ก็เป็นตั้งแต่ ผู้ช่วยกุ๊ก กุ๊ก เชฟ เฟิร์สเชฟ เฮดเชฟ เอ็คครูซีฟเชฟ (ผมก็มาทางสายนี้ กับสายที่ 4 )

6. เปิดธุรกิจอาหารส่วนตัว (ซึ่งคิดว่าจะทำในอณาคต)

7. ช่างจัดดอกไม้ งานฝีมือ นักแกะสลัก ครูสอนอาหาร เปิดร้านเบเกอรี่ นักวิจัยในโรงงาน  นักตรวจสอบคุณภาพอาหาร ทหารสายพลาธิการ นักชิม นักชิมไวน์บนสายการบิน โอ๊ว~ เยอะแยะ อีกมากมาย หรือจะขายเต้าฮวย ส้มตำปูปลาร้า ลาบ น้ำตก ก็ยังได้

- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ

"Make it by myself!!!" ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง!! อย่าไปพึ่งเพื่อน ไม่ว่า Lab หรือการทำอาหารอะไรมันจะยากแค่ไหน ไมาถนัดยังไง ขอให้ทำด้วยตัวเองจริงๆ ผ่านมือทั้ง 2 มือ แล้วมันจะเหมือนกับฝึกขับจักรยาน แรกๆอาจจะยากอาจจะไม่ชิน แต่เมื่อทำไปเรื่อยๆ ประสบการณ์ที่สะสมจะทำให้เราคล่องขึ้น อ.ไม่ปล่อยให้เราทำไม่คล่องแล้วจบไปแบบไม่มีอะไรเลยหรอก ถ้าเราใส่ใจและเข้าหาอ.จริงๆ

และที่สำคัญคือ ไม่มีวันลืม!!!! เมื่อได้จับอาวุธ มีดทำครัว มีดแกะสลัก กระทะ ตะหลิว ฯลฯ เราจะสามารถออกรบได้ทันที โดยไม่ต้องทบทวนอีกเลย เป็นไปโดยสันชาตญาณของคนทำครัวแบบมืออาชีพ!!!

- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า?

ต้องใจเย็น มีศิลป หัวคิดทันสมัย ชอบขนบธรรมเนียมประเพณีแบบไทยแท้ และต้องเปิดกว้าง ในโลกในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง ใส่ใจคนอื่น รักครอบครัว (เพราะถ้าคนที่ไม่รักครอบครัวหรือใส่ใจคนอื่น จะเปิดแน่บตั้งแต่เรียนเรื่องครอบครัวและเด็กแล้ว) เรียนสาขานี้จะฝึกให้เราใจเย็นอดทนต่อการทำงานหนัก

จำไว้นะครับน้องๆ ผลงานที่เราบรรจงสร้างบางทีอาจจะสลายในพริบตาเมื่อมีคนทาน อาจจะได้ทั้งคำชมและคำตำหนิในผลงาน ต้องรู้จักเสียสละมากๆๆ ไม่ใช่ทำแล้วอยากให้มันอยู่ตลอดกาล เราสร้างมันด้วยสองมือ มันคงอยู่อย่างสวยงาม และมันต้องสลายไปให้กับคนที่เรารักหรือคนอื่นๆ เพียงแค่พวกเขาเหล่านั้น รับในสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข แค่นั้นเราก็มีความสุข แค่คำชมว่า "อร่อยจัง" ก็จะทำให้คนวงการอย่างพวกเรามีความสุขพอแล้ว ^^

เราจะได้เรียนรู้ลักษณะการทานของคนในครอบครัว เราจะกลายเป็นหมอย่อมๆให้คนในบ้านได้ ทานนี่แล้วไม่อ้วนนะ เป็นโรคนี้ทานสิ่งนี้แล้วจะหายนะ ของหมักดองอย่าไปทานนะ อยากลดสิวต้องทานน้ำเยอะๆนะ อะไรทำนองนี้

ถ้าจะมาเรียนสาขานี้ต้องอดทนกับทฤษฎีหนักๆ ใส่ใจในทุกสิ่งรอบตัวและใส่ใจในทุกสิ่งที่อ.สอน รับรองมีประโยชน์แนะนอนครับ ^^

ขอขอบคุณประสบการณ์ดีดี จาก peptender44.exteen.com