รู้หรือไม่..เป็น "นักวิทยาศาสตร์"ก็ "รวยได้"

ศ.ดร.อมเรศ ภูมิรัตน ผู้อำนวยการหน่วยพัฒนาธุรกิจ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
       ปัจจุบันความนิยมในกลุ่มเด็กวัยรุ่นไทย ให้ความสนใจในวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์ หรือ มีความฝันอยากจะเป็น “นักวิทยาศาสตร์” น้อยลง ด้วยเหตุผลและปัจจัยที่หลากหลาย บ้างก็ว่า ไม่ใช่สายวิชาชีพที่อยู่ในกระแสนิยม เหมือนกับวิศวฯ หรือ แพทย์ บ้างก็ว่า จบแล้วมีแนวโน้มหางานยาก
       
       แต่หารู้ไม่ว่า บทบาทและศักยภาพของนักวิจัย - นักประดิษฐ์ไทยในปัจจุบันนั้น ได้สร้างผลงานอันทรงคุณค่าและเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก สร้างรายได้ให้กับนักวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดี
       
       Life On Campus ได้ร่วมพูดคุย กับ นักวิทยาศาสตร์ไทย จากรั้วมหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับประสบการณ์ความรู้ ความมุ่งมั่น และเผยให้ถึงมุมมองความคิด เบื้องลึกเบื้องหลังการใช้ชีวิตที่นำมาซึ่งความสำเร็จ จนเรียกว่า “เป็นนักวิทยาศาสตร์ก็..รวยได้”
       
       ศ.ดร.อมเรศ ภูมิรัตน ผู้อำนวยการหน่วยพัฒนาธุรกิจ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าว่า เส้นทางการสร้างธุรกิจ จากผลงานทางวิทยาศาสตร์- เรียนวิทยาศาสตร์ก็รวยได้นั้น เป็นเรื่องจริง แต่การจะพัฒนาผลงานทางวิทยาศาสตร์ต้องเริ่มที่การพัฒนาคน เพราะหากพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ก็สร้างสรรค์ นวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้ประเทศก้าวหน้าต่อไป  
       
       “ขณะนี้ ประเทศมหาอำนาจ คือ ประเทศที่มีบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์  เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น  ไม่ใช่ประเทศที่มีเหมืองแร่ หรือประชากรจำนวนมากเหมือนในอดีต ดังนั้น ประเทศใดส่งเสริมให้ประชาชนหันมาสนใจเรียนวิทยาศาสตร์ กระตุ้นให้เกิดความรัก และอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย จะเป็นการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนและก้าวหน้าที่สุด"ศ.ดร.อมเรศ กล่าว
       
       หากในอนาคต รัฐบาลส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนการทำงานวิจัย ศ.ดร.อมเรศ มั่นใจว่า จะทำให้มีความต้องการบุคลากรทางด้านนี้มากขึ้น และเป็นเหตุผลทำให้เด็กไทยหันมาสนใจวิชาชีพนี้มากขึ้น เพราะมีความเชื่อมั่น และเห็นตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพนี้ ที่สำคัญ จะทำให้เด็กมั่นใจว่า จบแล้วมีงานทำ เพราะฉะนั้น หากประเทศไทยกระตุ้นให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม อีก 5 ปี ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้ากว่านี้
       
       "ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ที่ขาดแคลนมากที่สุด น่าจะเป็นสาขาฟิสิกส์ เพราะฟิสิกส์ค่อนข้างยาก และเมื่อมีความยากเด็กก็ไม่ค่อยสนใจ อีกทั้งเมื่อเรียนแล้วพวกเขาไม่รู้จะประกอบอาชีพใดได้บ้าง แต่เรื่องดังกล่าวจะดีขึ้น หากมีการส่งเสริมเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่กระตุ้นเพียงกิจกรรมใด หรือ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง"

ดร. จิตต์ลัดดา ศักดาภิพาณิชย์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
       นอกจากนี้ รายได้ของนักวิจัย หรือนักวิทยาศาสตร์ ที่มีความสามารถคิดค้นผลงาน จน ได้รับการยอมรับจากทั้งในและต่างประเทศ อย่าง ดร. จิตต์ลัดดา ศักดาภิพาณิชย์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ได้รับรายได้จากงานวิจัย "ถ่านแมคคาเดเมีย" เป็นจำนวน 1,000,000 บาท เล่าว่า การเป็นนักวิจัย - นักวิทยาศาสตร์ สามารถสร้างรายได้ที่ดีเป็นเรื่องจริง เพราะงานวิจัยแต่ละชิ้น ถ้าเป็นประโยชน์ต่อวงการอุตสาหกรรม หรือเศรษฐกิจ ย่อมทำให้ภาคเอกชนหันมาสนใจนำความรู้ไปก่อให้เกิดผลผลิต และนำรายได้กลับมาสู่นักวิจัยต่อไป
       
       "ต้องขึ้นอยู่กับนักวิจัยแต่ละคนด้วยว่า ทำงานวิจัย สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติ สินค้า และบริการได้หรือไม่ อีกทั้งความร่ำรวยในที่นี้อาจไม่ใช่เงินทองที่เข้ามา แต่เป็นการรวยองค์ความรู้ ปัญญา และรวยความสุขใจที่ได้สร้างสรรค์งานวิจัยที่นำไปสร้างมูลค่าให้แก่เกษตรกร ชาวบ้าน ชุมชน และสร้างสรรค์ เทคโนโลยีให้กับประเทศไทย"
       
       "ขณะนี้ สังคมต้องมองใหม่ว่าผู้ที่เป็น "นักวิทยาศาสตร์ - นักวิจัย" ถือเป็นผู้เสียสละ เพราะกว่าจะมาเป็นงานวิจัยอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ และชีวิตความเป็นอยู่นั้น ต้องใช้เวลานานในการผลิต ส่วนการทำงานวิจัย นักวิจัย - นักวิทยาศาสตร์ และองค์กรภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ต้องเชื่อมโยง หารือถึงแนวทางเรื่องที่จะทำงานวิจัย ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ จนงานวิจัยต้องประดับอยู่บนหิ้ง” ดร. จิตต์ลัดดา กล่าว

Credit  Manager.co.th

1496

เข้าชม

3

ตอบกลับ

รู้หรือไม่..เป็น "นักวิทยาศาสตร์"ก็ "รวยได้"

โพสต์เมื่อ 08/12/2009 14:02 | 0

แหมๆๆ มันกะต้งอขึ้นอยู่กะ ปัจจัยหลายๆด้านเป็นองค์ประกอบ

ตามตัวแปรต่างๆด้วย

 

ต้องเก่งจริงๆอ่ะถึงจะรุ่ง

นับถือ  ดร. จิตต์ลัดดา ศักดาภิพาณิชย์ จริงๆเลยคะ

เก่งจังเลย

 

โพสต์เมื่อ 09/12/2009 18:06 | 0

แต่ถ้าไม่เก่งจริง ๆ ก็คงไม่รวยเหมือนเดิม

โพสต์เมื่อ 10/12/2009 12:05 | 0

อยู่มัธยมก็หัดทำโครงงนบ่อยๆๆซิ

และก็มีทุนให้เมื่อทำโครงงานง่ะ

เรายังได้เลยอยู่ที่ตัวเราจะไขว่ขว้าหรือเปล่าLaughing