กิจกรรมครั้งที่ 17 : อ่านหนังสือไม่ทัน ทำไงดี !!?

 

 


 

ประกาศผล ทั้ง 10 ท่านแล้วนะครับ ส่งชื่อจริง ที่อยู่ พร้อม UserName และ Password ในเว็บมาที่ [email protected]ฮอทเมล.com

1.nantrachai
2.netilsm
3.newzkittikun
4.pokpak
5.wipada_aoy
6.jamesvance
7.JETSADA.cu
8.panuawat
9.pich
10.Nu_boss

หนังสือน่าจะได้รับภายในสับดาห์หน้านะครับ

ขอขอบคุณสำหรับ ทุกความคิดเห็น

 


 

กิจกรรมครั้งนี้ง่ายมาก  UniGang อยากให้น้องๆ

มาแชร์ประสบการณ์ผมคิดว่าหลายคงเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้

 อิอิ จะว่าไปตอนนี้อาจจะเป็นอยู่ก็ได้นั่นก็คือ  อ่านหนังสือไม่ทัน  

เมื่อเราเจอสถานการณ์อ่านหนังสือไม่ทัน ( เพราะ.. ขี้เกียจอะป่าว อิอิ )

แต่เราจะมัวโทษตัวเองทำไม เรามาร่วมหาวิธีการไขกันดีกว่า

พี่ๆ น้อง ๆ มีวิธี เด็ด ๆ ดีดี ยัง มาแชร์กันนะครับ

 

สำหรับของรางวัลคือ   หนังสือ Problem Solving 101

จำนวน 10 เล่มนะครับ 


สำหรับผู้โชคดี พิเศษ ได้แก่

 namcool  เพราะ เป็นคน Comment เยอะที่สุดในเว็บไซต์ 

สำหรับของรางวัล อยากได้อะไรคุยกันทาง mail นะ [email protected]

 


 

 

ดูหน้าตาและรูปเล่มของหนังสือแล้วอย่าคิดว่ามันธรรมดาๆ นะคะ หนังสือเล่มนี้ถือเป็น International Best Seller  เลยทีเดียว แถมคนที่มาเขียนคำนิยมให้นี่ระดับโลกทั้งนั้น อย่างเช่น Seth Godin (ผู้แต่งหนังสือขายดีมากมาย อาทิเข่น TribesLinchpinPurple CowPoke The Box) และ Dan Ariely (ผู้แต่งหนังสือขายดีอย่างPredictably Irrational)

เดิมที Problem Solving 101 เป็นเสมือนไกด์ไลน์ให้กับเด็กชาวญี่ปุ่นฝึกคิดอย่างมีระบบ แต่ปรากฏว่ามันกลายเป็นหนังสือขายดีสำหรับผู้ใหญ่ไปด้วย Ken Watanabe  (ไม่ใช่คนที่เป็นดาราญี่ปุ่นนะคะ ดันชื่อซ้ำกันสะงั้น ^^”) ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดเรื่องราวและเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนกระบวนการคิดต่างๆ จากประสบการณ์การทำงานที่ McKinsey กว่า 6 ปี

จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือการหยิบยกเอาตัวอย่างที่เข้าใจง่ายนำมาถ่ายทอดให้เห็นภาพ อาทิเช่น Mushroom Lovers วงดนตรีที่ไม่รู้สาเหตุว่าทำไมถึงไม่มีคนมาชม concert , เรื่องราวของ John Octopus ที่ต้องการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่และเติมเต็มความฝันที่อยากเป็น CG animator เป็นต้น

ตัวอย่างเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์ ผ่านกระบวนการคิดหาสาเหตุ และอธิบายการแก้ปัญหาโดยอาศัยเครื่องมือต่างๆ เข้ามาช่วย อย่าง Logic Tree, Yes/No Tree, Problem-Solving Design Plan, Hypothesis Pyramid และ การฝึกประเมินข้อดีข้อเสีย

บทความแนะนำหนังสือจาก  http://thumbsup.in.th/2012/01/problem-solving-101-book/

 


 

 

ทุบสถิติยอดขายในญี่ปุ่น 400,000 เล่มภายใน 6 เดือน

จากหนังสือที่เขียนเพื่อสอนวิธีแก้ปัญหาให้กับนักเรียน

...กลายเป็นหนังสือยอดฮิตที่ระบาดไปทั่วทุกวงการ!!

ความแตกต่างระหว่างอัจฉริยบุคคลกับคนธรรมดาคือ เมื่อเผชิญกับปัญหา พวกเขาไม่เคยท้อถอย ไม่ว่าปัญหานั้นจะยากเพียงใดก็ตาม ลองนึกภาพดูว่าโลกนี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ บิลล์ เกตส์ หรือโทมัส เอดิสัน เจอปัญหาแล้วท้อถอยถอดใจ!

เมื่อเผชิญกับปัญหายาก ๆ คนส่วนใหญ่อาจรู้สึกเครียดจนคิ้วขมวด เพราะไม่รู้จะแก้อย่างไร

ทั้ง ๆ ที่ศักยภาพในการแก้ปัญหานั้นมีอยู่ในสมองของเราทุกคน...เพียงแต่เรายังไม่รู้วิธีการปลดปล่อยมันออกมาเท่านั้น

หนังสือเล่มนี้จะเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อปัญหาให้เป็นไปในทางบวก ปลดล็อกศักยภาพในการแก้ปัญหาที่แฝงเร้นอยู่ในตัวพวกเราทุกคน พร้อมทั้งแนะนำเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยให้คลี่คลายปัญหาได้อย่าง่ายดายในทุก ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว

เมื่อฝึกปรือจนช่ำชองแล้ว คุณจะแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้อย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องเหนื่อยใจเหมือนในอดีต เพราะสมองจะทำหน้าที่เหล่านั้นแทนคุณโดยอัตโนมัติ!

ข้อมูลเพิ่มเติม

1.หนังสือขายดีถล่มทลายทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยแรกเริ่มตั้งเป้าไปที่การสอนเด็กนักเรียนให้รู้จักวิธีการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ แต่กลับได้รับความนิยมอย่างสูงในแวดวงธุรกิจและการศึกษา ทุบสถิติทำยอดขาย 400,000 เล่มภายในไม่ถึง 6 เดือน
2.นำเสนอเรื่อง “วิธีการแก้ปัญหา” ที่คนส่วนใหญ่คิดกันว่ายุ่งยากซับซ้อน ให้อยู่ในรูปของเรื่องราวที่น่าสนใจและอ่านเข้าใจง่าย ประยุกต์ใช้ได้กับชีวิตจริง (ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว) พร้อมภาพประกอบน่ารัก ๆ ซึ่งจะช่วยดึงกลุ่มผู้อ่านให้กว้างขึ้นจนครอบคลุมเพศทุกวัย
3.หนังสือขายดีติดอันดับ Top 3 จากบูธวีเลิร์นในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ผ่านมา

คำแนะนำจาก   http://www.phanpha.com/