การจัดอันดับ (Ranking) มหาวิทยาลัยไทย 50 อันดับ

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เปิดเผยผลการจัดอันดับ (Ranking) มหาวิทยาลัยไทย 50 อันดับ ตามโครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย ว่า การจัดอันดับและประเมินศักยภาพมหาวิทยาลัยไทยประจำปี 2549 เป็นการนำข้อมูลจากมหาวิทยาลัยที่ส่งข้อมูลมายัง สกอ.ประมาณ 60-70 แห่ง จากมหาวิทยาลัยทั้งหมดของรัฐและเอกชนประมาณ 200 แห่ง เพื่อนำข้อมูลมาประเมินศักยภาพใน 2 ด้าน คือ ด้านการเรียนการสอน และด้านการวิจัย ซึ่ง สกอ.ได้นำมาเผยแพร่ใน 50 อันดับแรก โดยแยกมหาวิทยาลัย ออกเป็น 5 กลุ่ม เรียงตามลำดับศักยภาพแต่ละแห่ง

แบบตามอันดับ

เมื่อ พ.ศ. 2549 สกอ. ได้ประกาศ 50 อันดับมหาวิทยาลัยด้านวิจัย และด้านการเรียนการสอน[3] โดย 10 อันดับแรกคือ

 

ด้านการเรียนการสอน (คะแนนเต็ม 80%) ด้านการวิจัย (คะแนนเต็ม 100%)
  1. มหาวิทยาลัยมหิดล 61.11%
  2. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 52.78%
  3. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 47.27%
  4. มหาวิทยาลัยขอนแก่น 47.16%
  5. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ 46.12%
  6. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 45.72%
  7. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 45.37%
  8. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 45.07%
  9. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 43.59%
  10. มหาวิทยาลัยศิลปากร 43.46%
  1. มหาวิทยาลัยมหิดล 100.00%
  2. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 92.24%
  3. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 81.49%
  4. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 81.36%
  5. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 78.68%
  6. มหาวิทยาลัยขอนแก่น 75.70%
  7. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 74.10%
  8. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 73.61%
  9. มหาวิทยาลัยนเรศวร 72.04%
  10. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 71.26%

[แก้]แบบแบ่งกลุ่ม

ได้มีการแบ่งออกเป็นกลุ่ม 5 กลุ่ม ตามระดับคะแนน ได้แก่

  • กลุ่ม 1 ดีเลิศ (ร้อยละ 75 ขึ้นไป)
  • กลุ่ม 2 ดีเยี่ยม (ร้อยละ 70-75)
  • กลุ่ม 3 ดี (ร้อยละ 65-69)
  • กลุ่ม 4 ดีพอใช้ (ร้อยละ 55-64)
  • กลุ่ม 5 ต้องปรับปรุง (ร้อยละ 55 ลงไป)

โดยในแต่ละกลุ่ม เรียงตามลำดับตัวอักษร (มรภ. = มหาวิทยาลัยราชภัฏ, มทร. = มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล)

 

กลุ่ม ด้านการเรียนการสอน ด้านการวิจัย
1 จุฬาลงกรณ์, ขอนแก่น, เชียงใหม่, มหิดล จุฬาลงกรณ์, เชียงใหม่, มหิดล, เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, เทคโนโลยีสุรนารี
2 เกษตรศาสตร์, เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, เทคโนโลยีสุรนารี, เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เกษตรศาสตร์, ขอนแก่น, นเรศวร, นิด้า
3 ทักษิณ, แม่ฟ้าหลวง, วลัยลักษณ์, ศิลปากร, สงขลานครินทร์, อุบลราชธานี, เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, นิด้า บูรพา, ศรีนครินทรวิโรฒ, ศิลปากร, สงขลานครินทร์, เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
4 ม.นเรศวร, ม.บูรพา, ม.มหาสารคาม, ม.แม่โจ้, ม.ศรีนครินทรวิโรฒ, มทร.ธัญบุรี, มทร.พระนคร, มทร.สุวรรณภูมิ, มรภ.นครปฐม, มรภ.วไลยอลงกรณ์ฯ,มรภ.สวนดุสิต, สจ.ลาดกระบัง, สจ.พระนครเหนือ ม.ทักษิณ, ม.แม่โจ้, ม.แม่ฟ้าหลวง, ม.มหาสารคาม, ม.วลัยลักษณ์, ม.อุบลราชธานี, สจ.พระนครเหนือ, มรภ.นครราชสีมา, มรภ.เลย, มรภ.วไลยอลงกรณ์ฯ, มรภ.สวนดุสิต,มรภ.อุดรธานี
5 มรภ.จันทรเกษม, มรภ.เชียงใหม่, มรภ.เทพสตรี, มรภ.ธนบุรี, มรภ.นครราชสีมา, มรภ.นครศรีธรรมราช, มรภ.นครสวรรค์, มรภ.บุรีรัมย์, มรภ.พระนคร,มรภ.พิบูลสงคราม, มรภ.ยะลา, มรภ.ราชนครินทร์, มรภ.เลย, มรภ.สกลนคร, มรภ.สุราษฎร์ธานี, มรภ.หมู่บ้านจอมบึง, มรภ.อุดรธานี, มรภ.อุตรดิตถ์,ว.บัณฑิตบริหารธุรกิจ, ว.ตาปี มทร.กรุงเทพ, มทร.ธัญบุรี, มทร.พระนคร, มทร.ศรีวิชัย, มทร.สุวรรณภูมิ, มรภ.จันทรเกษม, มรภ.เชียงใหม่, มรภ.เทพสตรี, มรภ.ธนบุรี, มรภ.นครปฐม,มรภ.นครศรีธรรมราช, มรภ.นครสวรรค์, มรภ.บุรีรัมย์, มรภ.พระนคร, มรภ.พิบูลสงคราม, มรภ.ยะลา, มรภ.ราชนครินทร์, มรภ.สกลนคร, มรภ.สุราษฎร์ธานี, มรภ.หมู่บ้านจอมบึง, มรภ.อุตรดิตถ์, ว.บัณฑิตบริหารธุรกิจ, ว.ตาปี

[แก้แบ่งตามสาขา]

การจัดอันดับนี้จัดเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐ 50 อันดับแรก แยกตามสาขา ในด้านการวิจัย และด้านการเรียนการสอน[4][5][6] โดย 5 อันดับแรกของแต่ละด้านคือ

 

สาขา ด้านการสอน ด้านการวิจัย
วิทยาศาสตร์
  1. คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล
  2. วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  3. คณะวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่
  4. คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  5. คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล
  1. วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล
  3. สถาบันอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์ ม.มหิดล
  4. คณะวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่
  5. คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยี
  1. คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. คณะพลังงานและวัสดุ มจ.ธนบุรี
  3. คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มจ.ธนบุรี
  4. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.กรุงเทพ
  5. คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
  1. บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มจ.ธนบุรี
  2. คณะพลังงานและวัสดุ มจ.ธนบุรี
  3. สถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.มหิดล
  4. คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  5. สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มจ.ธนบุรี
ชีวการแพทย์
  1. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  2. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
  3. คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
  4. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  5. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  1. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  2. คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
  3. วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  4. คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  5. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
มนุษยศาสตร์และศิลปศาสตร์
  1. คณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร
  2. คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล
  3. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่
  4. สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท ม.มหิดล
  1. คณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่
  2. คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล
  3. โครงการบัณฑิตศึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นิด้า
  4. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่
  5. คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สังคมศาสตร์
  1. คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  2. สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  3. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  4. วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  5. คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  1. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
  2. คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  3. คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  4. วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  5. คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์
  1. คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  2. คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  3. สำนักวิชาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
  4. คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  5. คณะเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตปทุมธานี มทร.ธัญบุรี
  1. คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  2. สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  3. สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  4. คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  5. คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ศึกษาศาสตร์ ครุศาสตร์
  1. คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ
    คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  2. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
  3. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
  4. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
  1. คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  3. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  4. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  5. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

 

 

Credit http://th.wikipedia.org  และ สมศ 


 

หมายเหตุ UniGang 

ข้อมูลนี้จัดทำโดย สมศ สำนักงานรับรองมาตราฐานและประเมิณคุณภาพการศึกษา โดยช่วงเวลาคือปี 2549-2553  จ้า โดยข้อมูลชุดนี้ถือเป็นข้อมูลชุดล่าสุดนะ

สำหรับข้อมูล ปี 2554-2558 อยู่ในระหว่างจัดทำ ( ไม่รู้ว่าข้อมูลจะเผยแพร่เมื่อไหร่ )  ลองเข้าไปชมได้ที่ http://www.onesqa.or.th

  1. ความเห็นยอดนิยม

  2. torres9liverpool
    28/01/2555 06:46 | 62
    แต่ผมแคร์
  3. นายด่านซอย24
    28/01/2555 02:15 | 57
    สั้นๆนะครับ จะจัดให้ตายยังไง ผมไม่แคร์จะชื่อใหญ่โตหรือเล็กเป็นเม็ดทรายจบมาผมก็โคตรภูมิใจที่ได้รับ "พระราชทานปริญญาบัตร" ถึงจะจบมาจากชื่อเล็กๆปริญญาผมก็มีค่าเท่ากับปริญญาของชื่อใหญ่ๆ ไม่มีป ตรี -1 ป ตรี +1 ค่าของปริญญาไม่ได้เกิดจากชื่อสถาบันแต่เกิดจากผลงาน จำไว้!!! 
  4. tokttt02
    28/01/2555 16:42 | 27
    -.- แต่ไปสมัครงานมันไม่ใช่อย่างงันสิคับ ถ้าเก่งจิงๆ ที่ไหนเค้าก็รับและสามารถเข้ามหาลัยดีๆได้ด้วยถ้าคุณเก่ง
  5. redder2
    28/01/2555 11:10 | 22
    ใครจะไม่แคร์อะไรก็ช่าง
    แต่สักครั้งหนึ่ง ในชีวิต เราก็ควรจะทำให้เต็มที่ี่ !
  6. airmuzaa
    28/01/2555 15:12 | 20

    สำหรับผม ผมคิดว่า "คณะ" สำคัญกว่า "สถาบัน" นะ

    เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณต้องอยู่ไปด้วยอย่างน้อยๆ 4 - 6 ปี บางคนอาจจะต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต

    ถ้าคุณได้คณะที่คุณไม่ชอบ(หรือไม่ถนัด)แต่คุณได้อยู่ในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศมันก้เท่านั้น

    ยกตัวอย่างง่ายๆ (อย่าดราม่า) หมอ หมอฟัน สัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเอกชน  ไปเทียบกับ สหเวช เทคนิคการแพทย์ ของสถาบันอันดับหนึ่ง ของประเทศไทย

    คุณว่าอะไรสำคัญหว่ากันหละ คณะ หรือ สถาบัน ?

    ทั้งนี้ทั้งนั้นผมไม่ได้บอกว่าคณะนั้นๆดีหรือไม่ดีนะครับ เพราะมันอยู่ที่ความชอบของคน เพราะผมเองก็มีเพื่อนที่เลือกเรียน MT ทั้งๆที่มันได้ กสพท ด้วยเหตุผลบางอย่าง ..... (มันบอกว่าเรียน MT สถาบันอันดับ 1 ดีกว่าไปเรียนหมอต่างจังหวัด) แต่หลังจากนั้น 1 ปี มันก็ซิ่วนะ แหะๆ

    คิดดีดีก่อนเลือกนะครับน้องๆ

    ที่สำคัญคุณค่าของคนอยู่ที่ผของงานครับ พอน้องๆมาทำงาน น้องอาจจะได้ยินคำว่า "เสือกระดาษ" สิ่งที่น้องต้องทำคือพิสูจน์ครับว่าน้องเจ๋งจริง

    ฉะนั้น มันไม่ได้อยู่ที่สถาบันหรอกนะมันอยู่ที่ตัวน้องเอง

    ผมมีพี่ที่รู้จักที่จบจาก นิติ ราม เป็นผู้พิพากษา (ปล.ใช้เวลาเรียน 2 ปีครึ่ง)  ในขณะที่เพือนผมบางคนจบกฎหมายจากมหาวิทยาลัยทางกฎหมายอันดับหนึ่งของประเทศ แต่ตอนนี้ไม่มีงานทำ ><"
     

24433

เข้าชม

35

ตอบกลับ

การจัดอันดับ (Ranking) มหาวิทยาลัยไทย 50 อันดับ

โพสต์เมื่อ 28/01/2555 02:15 | 57
สั้นๆนะครับ จะจัดให้ตายยังไง ผมไม่แคร์จะชื่อใหญ่โตหรือเล็กเป็นเม็ดทรายจบมาผมก็โคตรภูมิใจที่ได้รับ "พระราชทานปริญญาบัตร" ถึงจะจบมาจากชื่อเล็กๆปริญญาผมก็มีค่าเท่ากับปริญญาของชื่อใหญ่ๆ ไม่มีป ตรี -1 ป ตรี +1 ค่าของปริญญาไม่ได้เกิดจากชื่อสถาบันแต่เกิดจากผลงาน จำไว้!!! 

ความคิดเห็น

tokttt02 28/01/2555 16:42

-.- แต่ไปสมัครงานมันไม่ใช่อย่างงันสิคับ ถ้าเก่งจิงๆ ที่ไหนเค้าก็รับและสามารถเข้ามหาลัยดีๆได้ด้วยถ้าคุณเก่ง
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 06:46 | 62
แต่ผมแคร์
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 07:15 | 13

ผมก็สนนะ อ่านหนังสือขนาดนี้ก็เพื่อที่จะได้เข้ามหาวิทยาลัยยิ่งใหญ่  ไม่งั้นมันคงเป็นอะไรที่ดูไม่ได้เลย ลงทุนมากมายกับเข้าได้แค่มหาวิทยาลัยเล็กๆ ไม่คุ้มหรอก

ความคิดเห็น

MooMoo2206 29/01/2555 19:47

พี่เข้าใจนะ เพราะใครๆ ก็เป็นกันทั้งนั้น เพื่อนพี่ตอน ม.6 ก็บอกพี่ว่าอยากเข้า ม.เกษตร คณะไหนก็ได้ขอแค่เป็น ม.เกษตร อย่าลืมคิดถึง อนาคตด้วยว่า ถ้าเข้าไปแล้วเราจะเรียนได้มั๊ย เราชอบจริงๆหรอ
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 09:17 | 1
mistake
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 11:10 | 22
ใครจะไม่แคร์อะไรก็ช่าง
แต่สักครั้งหนึ่ง ในชีวิต เราก็ควรจะทำให้เต็มที่ี่ !
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 12:17 | 1
ในส่วนตัวผม ผมคิดว่า ถ้าจะทำงานเอกชน ต้องจบจากมหาวิทยาลัย
ที่มีชื่อเสียง + เกรด  แต่ถ้าจะเข้ารับราชการ จบที่ไหนก็ได้ เพราะต้องมาสอบแข่งขันกันอยู่ดี อันนี้ต้องเป็นความสามารถของแต่ละคนแล้วล่ะ
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 12:30 | 8
คุณค่าของคนไม่ได้อยู่แค่ปริญญาหรือชื่อมหาลัยนะคะ
เพราะว่ามันอยู่ที่การกระทำ ความตั้งใจ และที่จิตใจของเรา

ถึงคุณจะจบจากที่ที่ดีแค่ไหน ถ้าคุณไม่สามารถทำตัวให้เป็นประโยชน์ได้ 
ก็มีไม่มีค่าอะไร

^^ อีกอย่างบางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้เปิดสอนบางคณะนะคะ
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 14:11 | 2
สมัยผมอยู่ ม.6 ผมก็อยากเข้า ม.ดัง ๆ  นะครับ

แต่พอดูคะแนนผมแล้ว  ohnoo frown
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 14:29 | 7
ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน แต่สถาบันก็สำคัญไม่แพ้กัน
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 15:12 | 20

สำหรับผม ผมคิดว่า "คณะ" สำคัญกว่า "สถาบัน" นะ

เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณต้องอยู่ไปด้วยอย่างน้อยๆ 4 - 6 ปี บางคนอาจจะต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต

ถ้าคุณได้คณะที่คุณไม่ชอบ(หรือไม่ถนัด)แต่คุณได้อยู่ในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศมันก้เท่านั้น

ยกตัวอย่างง่ายๆ (อย่าดราม่า) หมอ หมอฟัน สัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเอกชน  ไปเทียบกับ สหเวช เทคนิคการแพทย์ ของสถาบันอันดับหนึ่ง ของประเทศไทย

คุณว่าอะไรสำคัญหว่ากันหละ คณะ หรือ สถาบัน ?

ทั้งนี้ทั้งนั้นผมไม่ได้บอกว่าคณะนั้นๆดีหรือไม่ดีนะครับ เพราะมันอยู่ที่ความชอบของคน เพราะผมเองก็มีเพื่อนที่เลือกเรียน MT ทั้งๆที่มันได้ กสพท ด้วยเหตุผลบางอย่าง ..... (มันบอกว่าเรียน MT สถาบันอันดับ 1 ดีกว่าไปเรียนหมอต่างจังหวัด) แต่หลังจากนั้น 1 ปี มันก็ซิ่วนะ แหะๆ

คิดดีดีก่อนเลือกนะครับน้องๆ

ที่สำคัญคุณค่าของคนอยู่ที่ผของงานครับ พอน้องๆมาทำงาน น้องอาจจะได้ยินคำว่า "เสือกระดาษ" สิ่งที่น้องต้องทำคือพิสูจน์ครับว่าน้องเจ๋งจริง

ฉะนั้น มันไม่ได้อยู่ที่สถาบันหรอกนะมันอยู่ที่ตัวน้องเอง

ผมมีพี่ที่รู้จักที่จบจาก นิติ ราม เป็นผู้พิพากษา (ปล.ใช้เวลาเรียน 2 ปีครึ่ง)  ในขณะที่เพือนผมบางคนจบกฎหมายจากมหาวิทยาลัยทางกฎหมายอันดับหนึ่งของประเทศ แต่ตอนนี้ไม่มีงานทำ ><"
 

ความคิดเห็น

poommv41 28/01/2555 16:35

เห็นด้วยครับ
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 16:03 | 2
เหอะๆ การศึกษา = ธุรกิจ

ความคิดเห็น

bear00 29/01/2555 18:20

ใช่แล้ว ค่ะ เดี๋ยวนี้ อาไรๆๆก้อเป็นธุรกิจไปหมด
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 16:28 | 0
อืมก็แล้วแต่ ประเทศไทยเรียนเยอะที่สุดในโลก แล้วทำไมประเทศไทยจึงไม่สามารถผลิตนักศึกษาที่สามารถเป็นกลไก ที่จะพาประเทศไทยโลดแล่นไปได้ไกลแต่ดูดิ เป็นไงก็รู้ๆกัน สถาบันคือเรื่องสำคัญเพราะอะไรเพราะคนเก่งๆไปกระจุกตัวอยู่แต่สถาบันดังๆ ทำให้เด็กเก่งๆได้เรียนกับคนเก่งๆแล้วคนที่ไม่เก่งซึ่งมีอยู่มากละทำไงเงินก็มีส่วนโอ้ยนี้เหรอการศึกษาไทย  เรียนๆเล่นๆจบๆไปงั้นเหรอ มันก็นะผมเองเข้าใจว่าคนเก่งๆก็อยากอยู่ที่ดีๆแต่ก็ผมเองใจก็อยากให้คนที่ไม่เก่งแต่ตั้งใจได้อยู่ในที่ดีๆบ้าง ใครจะว่าผมก็เหอะ แต่ผมคิดว่า คนเราเก่งไม่เท่ากันเพราะความพยายามต่างกัน ลองมองถึงคนที่อยากพยายามแล้วไม่มีโอกาศบ้างนะ ผมเชื่อว่าประเทศจะพัฒนาไปไกลมากกว่านี้ 
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 16:45 | 3
^
^
^
ผมก็ว่าจริงอยู่ที่มันเป็นแบบนี้เพราะการศึกษาไทยมันยังไม่พัฒนาไงละ
มหาลัยก็มีดังๆไม่กี่ที่ คนส่วนใหญ่ก็เลยแห่กันไปเรียน ซึ่งไม่พอกับจำนวนนักเรียนจบใหม่หรอก ถ้าอยากให้พัฒนาละก็ ต้องมีมหาลัยดีๆให้มากกว่านี้ เด็กทุกคนจะได้รับโอกาสดีๆเหมือนกัน ประเทศชาติจะได้บุคลากรดีๆไปบริหารประเทศมากกว่านี้     
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 17:00 | 2
ใครบอกว่าชื่อมหาวิทยาลัยไม่มีส่วน  มีนะครับยกตัวอย่างสักอัน 
รับสมัครงาน กสทช. เขากำหนดเกรดขั้นต่ำนิสิต/นักศึกษาที่จะสมัครได้ กำหนดมหาวิทยาลัยของรัฐไว้ที่ 2.50 แต่ มหาวิทยาลัยเอกชนไว้ที่ 2.75 ถ้าแค่ใบปริญญาที่ไหนก็ได้มันไม่มีผลต่อการสมัครงาน เขาคงไม่กำหนดเกรดไว้หรอกครับ  

แล้วไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่เดียวที่มีการแข่งขันแล้วเลื่อมล้ำด้านโอกาสแบบนี้เขาก็เป็นกันทั่วโลก ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เขาก็มีลองไปตามๆข่าว เขาแข่งขันกันหนักกว่าไทยด้วยซ้ำเพื่อให้ได้เข้าที่ดังๆ พ่อแม่ต้องส่งเสียลูกเรียนพิเศษไม่ต่างกับไทย แล้วเดี๋ยวนี้มหาวิทยาลัยทุกที่เขาก็มีพวกโควต้าช้างเผือก โควต้าเรียนดี ฯลฯ ให้กับพวกนักเรียนที่ไม่มีโอกาสพวกนี้แล้ว

โดยส่วนตัวผมผ่านการเข้ามหาวิทยาลัยมาแล้ว ผมบอกได้เลยว่า "มหาวิทยาลัยไทยไม่ได้รับคนเก่งแต่รับคนที่พร้อม" คนไม่เก่งแต่พร้อมก็เข้าที่ดีๆได้ คนที่ได้ 4.00 สอบเข้าหมอไม่ได้มีเยอะแยะ แต่เพื่อนโรงเรียนเดียวกันกลับสอบได้
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 17:47 | 0
ผมว่าเป็นเรื่องดีนะครับสำหรับการเสวนาเรื่องแบบนี้มันทำให้สามารถมองมิติของการศึกษาได้หลากหลาย และค่อนข้างที่จะชัดเจนด้วย ยังไงขอบคุณสำหรับเว็บดีๆ และคอมเม้นดีๆนะครับ สักวันนึงผมคงจะได้เห็นบุคคลอย่างท่านๆทั้งหลายเป็นกำลังสำคัญที่จะพัฒนาประเทศชาตินะครับผม ^^ 
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 18:56 | 0
smile
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 19:08 | 19
- เพราะการปลูกฝังค่านิยมที่ว่า มหาลัยนั้น มหาลัยนู้นดีเพราะว่าเขาเปิดมานานและคุ้นชื่อหรือปล่าวครับ และยิ่งคนมองว่ามหาลัยนั้นๆมีชื่อเสียงคนเก่งๆก็แห่กันจะเข้ามหาลัยนั้นให้ได้ และในเมื่อเป็นอย่างนั้น มหาลัยทั่วๆไปก็จะมีคนเก่งน้อยกว่ามหาลัยที่เปิดมาเก่าแก้และสะสมชื่อเสียงมานาน มันก็จะส่งผลให้คนที่จบมาแล้วมีงานการดีๆเป็นชื่อของมหาลัยดังหมดๆ ถ้าหากคนไทยไม่ยอมรับและเปิดโอกาศให้มากนี้ก็ไม่มีมหาลัยดีๆในสายตาของทั่วไปก้จะไม่เพิ่มขึ้น และไม่เป็นที่ยอมรับหรอกครับ
- ผมไม่เห็นด้วยเลยที่มานั่งจัดอันดับแบบนี้ คนที่เรียนมหาลัยที่ไม่ติดอันดับมานั่งอ่านแล้วมหาลัยตัวเองไม่มีชื่ิเขาจะคิดยังไง แล้วยิ่งคนมาอ่านแบบนี้เยอะๆเข้า ก็ส่งผลให้ค่านิยมคนไทยเป็นแบบความคิดด้านบนอีก แล้วยังนี้เมื่อไร่จะเลิกยึดติดกับชื่อเสียงและมองมุมกว้างสักที
- อีกอย่างหนึ่งถ้าคุณจะบอกว่าก็มหาลัยนั้นมี อ.ที่เขามีความรู้มีศักยภาพมากกว่ามันก็เป็นเพราะพวกคุณแห่กันไปเรียนมหาลัยที่มีชื่อกันก่อนนั่นแล่ะ เลยทำให้เขามีงบ ที่จะพัฒนามหาลัยตนเอง มีงบที่จะจัดหาอุปกรและบุครากรต่างๆได้มากกว่ามหาลัยประจำภาค หรือประจำจังหวัดตัวเอง

ลองคิดกลับกันถ้ายังจัดอันดับแบบนี้เรื่อยๆ ก็ยิ่งปลูกฝังค่านิยมแบบผิดๆไปเรื่อยๆ
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 19:42 | 5
จัดอันดับเขาสะท้อนคุณภาพแต่ละมหาวิทยาลัย  เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้มหาวิทยาลัยต่างๆเกิดการพัฒนาครับ  เหมือนกับการแข่งขันกีฬาเขาก็มีจัดอันดับเพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้แต่ละคนพัฒนาตัวเอง  การจัดอันดับพวกนี้มันเป็นตัวเองตายตัวไม่ได้นึกอยากจะให้เท่าไรก็ให้  
มันไม่ใช่การปลูกฝังที่ผิดหรอก มหาวิทยาลัยต่างประเทศเวลาเขาเลือกที่ๆจะเรียนเขาก็ดูการจัดอันดับพวกนี้  ถ้าจะบอกว่าไม่ให้มีการจัดอันดับก็เหมือนเป็นการหลอกคนที่จะเข้าไปเรียนป่ะ ว่าที่นั้นดีที่นี้ดีมีคุณภาพ
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 19:43 | 0
ข้อดีก็คือ ทำให้เกิดการบันทึกทางสถิติ เกิดความภาคมภูมิใจของหมู่คณะ และเกิดการกระตุ้นให้มีการพัฒนาไงครับ
บางทีค่านิยมการอยากเข้ามหาวิทยาลัยดัง ก็ไม่ใช่เรื่องผิดร้ายแรงหรอกครับ เพราะใครๆ ก็อยากพยายามทำให้ดีที่สุด และไม่ใช่แค่ไทยที่เป็นแบบนี้ แต่มันก็เป็นกันทั่วโลก
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 19:45 | 1
การศึกษาคือการลงทุน
            แต่
การลงทุนมีความเสี่ยง
(ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด)
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 20:48 | 0
เก่าไปม้างงงงง นี่่มันปี2555แล้วนะ
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 20:48 | 3

มหาวิทยาลัยไม่ได้ตัดสินชีวิต แต่ชีวิตตัดสินที่จะเลือกมหาวิทยาลัยได้ นะครับน้องๆม.ปลาย

โพสต์เมื่อ 28/01/2555 22:29 | 0
ขอเลือกทังสองอย่างละกันwhat
แต่ถ้าคะแนนออกมามันแย่sad
มันก็น่าจะ...inject
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 22:47 | 0
จัดเพื่อ ????
...ผลที่ตามมา คือ การอวดอ้างกันของนักศึกษา เพียงเพราะว่ามหาลัยที่ตนเองเรียน ดี เด่น มีชื่อเสียง

มันเป็นรสนิยม ที่แย่ พอสมควร  สำหรับผมนะครับ
โพสต์เมื่อ 28/01/2555 23:13 | 0
ไม่ควรที่จะมาจัด อย่างนี้และ ไม่จำเป็นต้องมาเผยแพร่  ...
โพสต์เมื่อ 29/01/2555 01:29 | 9
อย่าทะเลาะกันเลยคับ เข้าใจว่าทุกคนรักสถาบันตัวเอง

"ถ้าคุณเก่งจริงคุณก็ควรจะอยู่ในที่ของคนเก่ง

ถ้าคนดีจริงคุณก็ควรจะอยู่ในที่ของคนดี

แต่ถ้าคุณเจ๋งจริงคุณก็ควรจะอยู่ให้ได้ทุกที่"


ปล.ผมไม่ใช่ทั้งคนเก่งและคนดี แต่ตอนแอดผมโคตรจะพยายาม มันคงไม่แปลกหรอกที่จะได้ที่ที่ผมควรอยู่ ที่แบบนี้แรงกดดันเยอะมากคับ การแข่งขันก็สูง มันเลยเปนการบังคับให้เราต้องทำให้ได้คับ กว่าจะเข้ามาได้ กว่าจะทนอยู่ได้ กว่าจะออกไปได้ มันก็หนักเอาการอยู่ ต่างคนก็ต่างความคิดนะคับ
*ต่างคนก็ต่างความคิดนะคับ และการแสดงความคิดเห็นก็บอกอะไรได้หลายๆๆอย่างเลยคับ มีทั้งคนคิดได้และคนคิดเปนbye
โพสต์เมื่อ 29/01/2555 18:23 | 1
สหรัฐ ญี่ปุ่น ก็แข่งกันเข้าเรียน มอ ดัง ๆ แล้วไทยจะเหลือเหรอ ก็เป็นกันทั้งโลกแหละ 
จะสนหรือไม่สน.... ระบบ พี่น้องมันก็มีอยู่ดี มอ ดัง ๆ ก็มีงานทำ เพราะมีรุ่นพี่ไปอยู่ก่อน เค้าเรียนมา จบมาคุณภาพระดับไหนก็รู้ดีกันอยู่
โพสต์เมื่อ 29/01/2555 19:58 | 1
น่าเรียน
โพสต์เมื่อ 30/01/2555 18:24 | 0

ค่ะbye

โพสต์เมื่อ 31/01/2555 14:11 | 0
อุบลติดด้วย
ไม่น่าเชื่อ
ดีจัง
โพสต์เมื่อ 31/01/2555 17:36 | 0
^^ ขอบคุณค่า า
โพสต์เมื่อ 31/01/2555 18:04 | 0
โหยย เห็นแล้วตาลุกวาวว อยากเรียน มากก แต่พอก้มหน้า นึกถึงคะแนนตัวเอง แล้วว   ....hot คงมิมีทางสู้ hothot
โพสต์เมื่อ 01/02/2555 04:15 | 1
ม.เกษตร ที่รัก ไม่เป็นไร ครับ เราสู้ๆครับ ปีนี้ผมเข้าไปพอดี  ผมจะทำให้เต็มที่ครับ  ม.เกษตรที่รักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก   ผมรักคุณ
โพสต์เมื่อ 01/02/2555 04:21 | 1
ข้อมูล ปี2554 -2558  ขอให้ม.เกษตรอยู่อันดับ 1 เท่านั้นนนนนนนนนนนน    ต้องทำเพื่อม.เกษตร แล้วววววววววววววววววววว
โพสต์เมื่อ 01/02/2555 14:17 | 1
นานาจิตตัง    

แต่ส่วนตัวเราไม่เคยมองที่สถาบัน   เพราะทุกสถาบันก็มีจุดมุ่งหมาย

เดียวกันเพื่่อให้ความรู้   และพัฒนาบุคลากร   เรามองคนที่ผลงาน

การกระทำ    ไม่ใช่  ชื่อ   สถาบัน