ไม่เพียงตลาดการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีการแข่งขันดุเดือดเพื่อแย่งชิงนักศึกษาที่มีอยู่จำกัด สถานการณ์เดียวกันนี้ กำลังลุกลามไปถึงตลาดระดับปริญญาโทด้วยเช่นกัน จากการสอบถามไปยังมหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่ง ได้รับข้อมูลว่า ในปีนี้เริ่มเห็นแนวโน้มผู้สมัครเรียนปริญญาโทในมหาวิทยาลัยเอกชนชะลอตัวและมีจำนวนลดลง

แม้ว่าปัญหาเศรษฐกิจจะมีผลต่อการ ตัดสินใจเรียนต่อในระดับปริญญาโท หรือกระทั่งปัญหาทางการเมืองที่อาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อการหดหายของผู้สมัครเรียนในระยะนี้ แต่อุปสรรคที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการลดลงของผู้สมัครเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนมากกว่า คือ การขยายหลักสูตรของมหาวิทยาลัยรัฐที่ในระยะหลังมีหลักสูตรปริญญาโทเกิดขึ้นใหม่มากมาย

ยอดนักศึกษาภูธรหด คนแห่เรียน ม.รัฐ

ดร.นิตินัย ตันพานิช ผู้อำนวยการ หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุมกล่าวว่า แม้ภาพรวมของผู้สมัครเรียนระดับปริญญาโทของ มหาวิทยาลัยศรีปทุมในภาคแรกของปีการศึกษา 2553 ยังไม่แตกต่างจากปีที่แล้ว มากนัก แต่เริ่มเห็นว่าในบางหลักสูตรมี นักศึกษาลดลง ขณะที่หลักสูตรเอ็มบีเอ ยังทรง ๆ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจึงทำให้มีผู้เรียนลดน้อยลง แต่หลัก ๆ คาดว่าน่าจะเกิดจากการที่ มหาวิทยาลัยรัฐทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคขยายหลักสูตรปริญญาโทเพิ่มและกระจายไปทั่วประเทศ

ในปีนี้นักศึกษาที่มาสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรปริญญาโทของมหาวิทยาลัยศรีปทุมลดลงอย่างเห็นได้ชัด ยกเว้นบางหลักสูตรที่มีมหาวิทยาลัยเปิดสอนไม่กี่แห่ง อย่างสาขาบัญชียังมีผู้เรียนจากส่วนภูมิภาคมาสมัครอยู่ รวมทั้งสาขานิติศาสตร์และสาขาโลจิสติกส์ซัพพลายเชนที่มีจำนวนนักศึกษาเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในปีนี้

"เมื่อมหาวิทยาลัยรัฐขยายหลักสูตรจึงเป็นช่องทางให้นักศึกษาได้เลือกเพิ่มขึ้น คาดว่ามหาวิทยาลัยเอกชนทุกแห่งได้รับผลกระทบนี้เพราะคนส่วนใหญ่มักจะเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐก่อนเลือกมหาวิทยาลัยเอกชน" ดร.นิตินัยกล่าว

พิษเศรษฐกิจ-การเมือง

เพิ่มปัจจัย น.ศ.ลด


หากเทียบกับมหาวิทยาลัยเอกชนด้วยกัน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยถือว่าเป็น ผู้ได้รับความสนใจสมัครเข้าเรียนต่อเป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากมีหลักสูตรที่เก่าแก่และก่อตั้งสถาบันโดยสภาหอการค้าไทย ยังได้รับผลกระทบด้านยอดนักศึกษาในปีนี้ เพราะแคมปัสตั้งอยู่ใกล้พื้นที่การชุมนุม ของ นปช.บริเวณแยกดินแดงและสถานีโทรทัศน์ NBT ซึ่งเป็นเป้าหมายของผู้ชุมนุม คนจึงไม่ต้องการเดินทางเข้ามาในบริเวณ ดังกล่าว

ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าวว่า หากมองที่ภาพรวมทุกหลักสูตรยอดผู้สมัครยังมีเข้ามาเรื่อย ๆ แต่ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่มีวิกฤตทาง การเมือง จะเห็นว่าตัวเลขนักศึกษาหยุดนิ่งและคิดว่าทุกสถาบันก็น่าจะประสบปัญหาเดียวกัน

"จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนชะลอการตัดสินใจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาการชุมนุมทางการเมืองหรือผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวและบริษัททัวร์ที่คงต้องการเวลาเข้าไปแก้ไขปัญหาในธุรกิจของตนเอง ทางมหาวิทยาลัยก็มีการยืดหยุ่นให้ในเรื่องของเวลาเปิดเรียน รวมถึงการยืดเวลาชำระค่าเล่าเรียนให้กับนักศึกษาที่มีความจำเป็น"

เช่นเดียวกับยอดผู้สมัครเรียนปริญญาโทในภาคการศึกษาแรกของปี 2553 ของมหาวิทยาลัยรังสิต ที่แม้จะมีจำนวนพอ ๆ กับช่วงเวลาเดียวกันกับการรับสมัครในปีที่ผ่านมา รวมทุกหลักสูตรมีจำนวนเกือบ 900 คน แต่ยังมีความกังวลถึงตัวเลขของ ผู้สมัครที่ลงทะเบียนเรียนจริง จากผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเมือง

ผศ.ร.ต.ดร.วรรณี ศุขสาตร คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรังสิตกล่าวว่า ปีที่ผ่านมามีนักศึกษาเพียง 20 เปอร์เซ็นต์สมัครเรียนแต่ไม่มาลงทะเบียนเรียน แต่ในปีนี้เราเกรงว่าจะมีผู้ลงทะเบียนน้อยกว่าผู้สมัครเรียนมากกว่าเดิม เพราะกลุ่มผู้เรียนของมหาวิทยาลัยรังสิตส่วนใหญ่จะเป็นคนทำงานแล้ว ซึ่งมักมีสถานที่ทำงานอยู่ในย่านพื้นที่ที่มีการชุมนุมทางการเมือง อย่างย่านสีลม ราชประสงค์ หรือสาทร ซึ่งอาจได้รับผลกระทบที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการตัดสินใจเรียนต่อ

"เนื่องจากเรามีศูนย์การศึกษาอยู่ที่ ถนนวิภาวดีฯใกล้กับพื้นที่การชุมนุม โดยเฉพาะศูนย์ที่อาคารสาธรธานีที่ได้รับ ผลกระทบมาก จึงมียอดผู้สมัครไม่เป็น ตามเป้า โดยเฉพาะหลักสูตรเอ็มบีเอ ที่มีจุดเด่นด้านการสร้างผู้ประกอบการขนาดย่อม มียอดนักศึกษาน้อยมากเพราะคนจำนวนนี้ได้รับผลกระทบจากปัญหา ทางเศรษฐกิจ แต่อย่างไรก็ตามต้องรอดูจนถึงช่วงเปิดเรียนเพราะผู้เรียนปริญญาโทจะมีการลงทะเบียนที่ล่าช้ากว่าระดับ ปริญญาตรีเป็นเรื่องปกติ" ผศ.ร.ต.ดร.วรรณีกล่าว

คนเบนเข็มเรียนหลักสูตรเฉพาะทาง

ด้านหลักสูตรที่คนสนใจเรียนในปีนี้หนีไม่พ้นหลักสูตรเอ็มบีเอ แต่ก็ยังมีสัญญาณความสนใจที่เปลี่ยนแปลงไปในคนบางกลุ่มที่หันไปสมัครเรียนในหลักสูตรเฉพาะทางที่เหมาะสมกับตนเองหรือตามกระแสโลกมากขึ้น

ดร.เอกชัยกล่าวว่า สาขาที่คนสนใจมาเรียนเพิ่มขึ้นของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยปีนี้ คือ หลักสูตรด้านการเงิน เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาสังคมได้พูดถึงวิกฤตด้านการเงินและความเสี่ยงกันมาก รวมถึงหลักสูตรการค้าระหว่างประเทศ เพราะขณะนี้ ภูมิภาคอาเซียนกำลังเข้าสู่ยุคบูมของตลาด การค้า ความเปลี่ยนไปของโลกธุรกิจจึงทำให้ผู้เรียนหันเหไปเรียนสาขาเฉพาะทางที่ตรงกับความต้องการมากกว่าแทนที่จะเรียนหลักสูตรเอ็มบีเอ

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน การเรียนอาจจะเป็นเรื่องที่สามารถผัดไปก่อนได้ แต่ก็อาจมีคนบางกลุ่มที่เห็นว่า ช่วงนี้เหมาะสมที่จะมาเรียนก็เป็นได้

 

Credit  ประชาชาติธุรกิจ